เปิดใจ คนเปื้อนสาร (พิษ) จนเสียขา

เปิดใจ คนเปื้อนสาร (พิษ) จนเสียขา

เปิดใจ คนเปื้อนสาร (พิษ) จนเสียขา

รูปข่าว : เปิดใจ คนเปื้อนสาร (พิษ) จนเสียขา

สำรวจชุมชนนาดี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เกษตรกรเสียขาจากโรคเนื้อเน่า และปัจจัยจากการใช้สารเคมีการเกษตรในพื้นที่ตั้งธรรมนูญชุมชน แต่ยังใช้สารเคมี

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจชุมชนบ้านวิจิตรพัฒนา ม.5 ต.นาดี อ.สุวรรณคู หา จ.หนองบัวลำภู หนึ่งใน 3 ตำบล คือ ต.บุญทัน ต.กุดผึ้ง และ ต.นาดี ที่ถูกระบุว่าพบแนวโน้มผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าสูงขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา

นายชูชาติ ศีทาพุฒิ อายุ 57 ปี อดีตเกษตรกรไร่มันสำปะหลัง และใช้ยาฆ่าหญ้ามาตั้งแต่ปี 2545 วันนี้ต้องสูญเสียขาข้างขวาในวัย 56 ปี ทำให้ชีวิตต้องเปลี่ยนมานั่งรถเข็น และเริ่มฝึกเดินเพื่อลดภาระกับภรรยา

เขาบอกว่า เพิ่งถูกตัดขาข้างขวาเมื่อเดือน ก.ค.60 หลังจากเริ่มมีอาการแผลติดเชื้อพุพองที่ข้อเท้า มีอาการปวด อักเสบ ต้องเข้าหาหมอที่โรงพยาบาลและพบว่าเป็นโรคเนื้อเน่า หลังจากใช้เวลารักษาอยู่นาน 1 เดือน 15 วัน แพทย์บอกว่าให้ตัดสินใจตัดขา เพราะแผลติดเชื้อลามไปมาก

 



นายชูชาติ บอกว่า หลังจากที่หมอบอกให้ตัดขา รู้สึกตกใจและทำใจอยู่นาน แต่พอเห็นคนข้างเตียงเสียชีวิต ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ยอมรับว่าในช่วงแรกมีความท้อแท้ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย เพราะชีวิตไม่คิดว่าจะต้องเสียขา แต่ขณะนี้ทำใจยอมรับ สามารถช่วยภรรยาทำงานบ้าน เช่น กรอกน้ำใส่ขวด ส่วนที่นา 8 ไร่ ให้คนอื่นเช่าทำกิน และส่วนตัวก็เลิกใช้สารเคมี ไม่อยากให้คนในครอบครัวซ้ำรอยตัวเอง

 

มั่นใจว่าโรคเนื้อเน่าเกิดจากการใช้สารพาราควอตของไร่อ้อยข้างๆ นาของตัวเอง เพราะสารเคมีจะลงมาอยู่ในหนองน้ำ เมื่อเดินเหยียบย่ำภายในไม่กี่วัน แผลเริ่มเป็นผื่นเล็ก กระจายจนมีแมลงหวี่มาตอม และเหมือนมีเนื้อหลุดจึงไปหาหมอ แต่ก็สายเกินไป และตอนนี้อยากให้คนในชุมชนเลิกใช้สารเคมี

 

 

“ติดธงแดง” แปลงไร่อ้อยใช้สารเคมีการเกษตร

 

จากการลงพื้นที่ ต.นาดี ร่วมกับนายณรงค์ฤทธิ์ จันนาหว้า หัวหน้าทีมวิจัยธรรมนูญสุขภาพ โรงพยาบาลตำบลวิจิตรพัฒนา บอกว่า ชาวบ้านมีความตื่นตัวมากขึ้น หลังจากให้ความรู้กับเกษตรกรว่าพื้นที่เริ่มเกิดการปนเปื้อนของสารเคมี ซึ่งมีทั้งไร่อ้อย นาข้าว ทำให้ต้องกำหนดกติกาว่าพื้นที่ไร่แปลงใดฉีดยาสารเคมีในไร่ของตัวเอง จะต้องติดธงแดงให้คนทั่วไปหลีกเลี่ยง ซึ่งถือเป็นการแจ้งเตือน

ปี 2560 มีชาวบ้านเสียชีวิตจากโรคเนื้อเน่า 2 คน อายุกว่า 30 ปี และอายุ 70 ปี รวมทั้งมีผู้ที่ถูกตัดขา 1 คน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เกิดการตื่นตัวมากขึ้น เช่น การป้องกันตัวเองด้วยการหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำในบ่อ หรือแปลงไร่อ้อยที่มีการใช้สารเคมีการเกษตร ใส่รองเท้าบูท เพื่อลดความเสี่ยง รวมทั้งเลี่ยงการจับปลา กบในแปลงนาข้าว ซึ่งธงแดงจะเป็นตัวบ่งชี้ให้ระวังอันตราย

 

 

“เกษตรกร” ยังใช้สารเคมีในไร่อ้อย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสำรวจในพื้นที่ ต.นาดี พบหลายแปลงมีลักษณะของยาที่ถูกฉีดยาฆ่าหญ้าแห้งตายเป็นระยะทางยาว บางแปลงเพิ่งมีร่องรอยวัชพืชยืนต้นตาย

นอกจากนี้ ยังพบเกษตรกรบางรายกำลังฉีดพ่นสารเคมีอันตราย และมีถังพ่นยาขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่การเกษตร โดยพบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนต้นไม้ที่ติดไว้ชัดเจน

 


ขณะที่วันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.) ทีมวิจัยสำนักงานสาธารณสุข จ.หนองบัวลำภู โดย รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิจัยจากสำนักงานกอง ทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากมหาวิทยาลัยนเรศวร จะเปิดผลวิจัยล่าสุด เพื่อหาสารตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่ระยะที่ 2

 

กลับขึ้นด้านบน