"เสี่ยอ้วน" สารภาพสั่งฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์

"เสี่ยอ้วน" สารภาพสั่งฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์

"เสี่ยอ้วน" สารภาพสั่งฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์

รูปข่าว : "เสี่ยอ้วน" สารภาพสั่งฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์

ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ เผยนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน รับสารภาพว่าเป็นผู้สั่งการก่อเหตุฆาตกรรมที่เขาชีจรรย์จริง แต่ไม่ขอเปิดเผยวิธีการและเส้นทางหลบหนีไปกัมพูชา เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี

วันนี้ (22 ส.ค.2561) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สอบปากคำพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืน ไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต กับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี ที่บริเวณลานจอดรถหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา นายปัญญาถูกตำรวจไทยรับตัวกลับมาจากประเทศกัมพูชา ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.45 น.

 

 

 

วันนี้ ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำรถยนต์ 6 คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุ และปืนของกลาง มาแถลงข่าว ซึ่งคดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุหลายคน และทยอยมอบตัวกับตำรวจไปแล้ว คือนายสายันต์ ศรีสุข คนชี้เป้า ให้นายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว เป็นคนยิง ส่วนนายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือ บอล ขับรถยนต์ พานายนายณรงค์ และนายปัญญา ลงมือก่อเหตุ ขณะที่นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน เป็นคนเช่ารถจากพัทยา ใช้ประกบรถผู้เสียชีวิต โดยมีนายนายกฤษณะ ศรีสุข นั่งมาด้วย

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี อีก 4 คน ที่มีส่วนร่วมในการพา นายปัญญา หลบหนี คือ นายภูธร สิงห์ดี นายโกวัน ศิลปาโน นายวินัย ศิลปาโน และนายนิเวศน์ ยิ่งดี ที่ศาลแขวงพัทยา ออกหมายจับเพิ่มเติม ข้อหาร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่าด้วยกระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่

 

 

 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายปัญญามีอาการค่อนข้างเครียด โดยเบื้องต้น นายปัญญาให้ความร่วมมือดี และรับสารภาพว่าเป็นผู้สั่งการก่อเหตุจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดวิธีการและเส้นทางหลบหนีไปประเทศกัมพูชา เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี แต่ยืนยันตำรวจไทยและกัมพูชาประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

 

ฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วยว่า ต่อไปนี้ใครจะยิงใครก็แล้วแต่ ใครที่พาหลบหนีไปก็ต้องโดนหมด

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า ได้ถามนายปัญญาว่าทำไมทำที่เขาชีจรรย์ เขาบอกไม่รู้นึกว่าเป็นรูปแกะสลักเฉยๆ และพอรู้ว่าฆ่าคนตายต่อหน้าพระ ก็เสียใจ และกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน โดยหลังสอบปากคำนายปัญญาแล้วเสร็จ ตำรวจจะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งได้มีมาตรการควบคุมป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ และป้องกันผู้ต้องหาฆ่าตัวตายแล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเชื่อว่าตำรวจจะจับตัวนายอัศยา ชัยภา หรือโก้ ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือเชอรี่ สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่ง ที่มีกระแสข่าวว่าหลบหนีไปประเทศกัมพูชาได้เร็วๆ นี้เช่นกัน

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน