Insight : ว่าที่ปลัดคมนาคม-นักข่าว คำถาม-ความท้าทาย

Insight : ว่าที่ปลัดคมนาคม-นักข่าว คำถาม-ความท้าทาย

Insight : ว่าที่ปลัดคมนาคม-นักข่าว คำถาม-ความท้าทาย

รูปข่าว : Insight : ว่าที่ปลัดคมนาคม-นักข่าว คำถาม-ความท้าทาย

หลังเป็นประธานรับฟังความคิดเห็น รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หรือ ว่าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ก็ถูกนักข่าวถามคำถามเรื่องแนวนโยบายการทำงาน หลังจากนี้ แต่ทันทีที่สิ้นสุดคำถาม สีหน้าของว่าที่ปลัดฯ ก็ไม่ค่อยอยากตอบ ก็อย่างที่รู้กัน หมอกควันยังไม่ทันจางดี ข่าวชิงเก้าอี้ยังไม่จบ ดราม่ายังมีอยู่เป็นหย่อมๆ

แต่เมื่อถูกตื๊อหนักเข้า จะฝ่าวงล้อมออกไปก็กระไรอยู่ เพราะนับถอยหลังก็ไม่ถึง 40 วัน ที่จะต้องทำงานร่วมกับสื่อเหมือนเป็นปาท่องโก๋

มีงานอีกมากมายที่ต้องใช้กระบอกเสียง พึ่งพากันไป ทั้งทำความเข้าใจกับสังคม แก้ไขปัญหา ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ฯลฯ เพราะแต่ละโครงการที่วางอยู่ข้างหน้าล้วนไม่ง่าย พร้อมขัดแย้งกับสังคมและชุมชนตลอดเวลา

“ผมอยากจะขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคม โดยใช้ยุทธศาสตร์และนโยบายแผนแม่บทแผนหลัก การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ต่างคนต่างแยกคิด ต่างคนต่างแยกทำไม่ได้ ไม่อยากให้ลงทุนซ้ำซ้อน จะได้ไม่เดือดร้อนประชาชน”

“ผมมั่นใจตัวเองว่า มีความรู้ความเข้าใจในการทำงานเชิงเทคนิค และจะพยายามขับเคลื่อนนโยบาย อยู่สนข. ก็รู้เรื่องนโยบายและยุทธศาตร์ ก็จะพยายามขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จ เวลาสั้นนะครับสองปี ก็จะพยายามเต็มที่”

นี่คือคำตอบ ที่เหมือนดักทางนักข่าว ที่อาจจะคิดว่า 30 ปีที่ผ่านมา “ว่าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม” คนนี้ แทบจะมองไม่เห็นงานด้านเทคนิค หรือปฏิบัติการเท่าที่ควร แต่เดินมาตามเส้นทางนโยบายและแผน หรืองานวิชาการ เสียมากกว่า

ตั้งแต่เป็นวิศวกร ในกรมการขนส่งทางบก จนขยับเรื่อยมาถึงผู้อำนวยการสำนักการขนส่งสินค้า ก่อนจะข้ามไปเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ ผอ.สนข.

ซึ่งหากมองงานด้านบริหาร ในตำแหน่ง ผอ.สนข. ต้องไม่ลืมว่า ผลงานสำคัญ คือ การเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน ปี 2561 ซึ่งมีโครงการสำคัญ 44 โครงการ วงเงินลงทุนมากถึง 2,021,283.52 ล้านบาท

จึงเป็นที่หมายมั่นปั้นมือของรัฐบาลว่า นายชัยวัฒน์จะนำพาให้เดินหน้าต่อไปได้

ส่วนอีกคน ที่ถูกจับตามองในวันนี้ ว่าเป็นมือพลิกโผ หักปากกาเซียน ก็คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงความขัดแย้งในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคม ครั้งนี้ ที่ยังมีกระแสข่าวว่า นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง และนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบก จะลาออกจากตำแหน่ง

นายสมคิดยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่กระทบกับการดำเนินการก่อสร้างโครงการเมกกะโปรเจคของกระทรวงคมนาคม เพราะการโยกย้ายเป็นไปตามความเหมาะสม และได้หารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม แล้ว ว่าได้เรียกทั้งสองคนมาหารือแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าทั้ง 2 อธิบดีจะเปลี่ยนใจหรือไม่

เมื่อนายสมคิดพูดเช่นนี้ ก็ยิ่งชัดเจนว่า การเสียบชื่อ นายชัยวัฒน์ เข้าไปร่วมประกวดบนเวที ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ได้กระทันหัน แต่ที่ฝันของหลายๆ คนไม่เป็นจริง เพราะตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เก้าอี้ปลัดกระทรวงคมนาคม มักจะมาจากอธิบดีกรมใหญ่ๆ เริ่มตั้งแต่ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ที่เติบโตมาจากอธิบดีกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง

นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ เป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก่อนย้ายมาเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม นายสมชัย ศิริวัฒนโชค มาจากอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม คนปัจจุบัน ที่มาจากกรมทางหลวงชนบท

มีเพียง 2 คน ที่มาจากที่อื่น คือ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ มาจากสนข. และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ย้ายมาจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ด้วยการเสนอชื่อของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม ในขณะนั้น

นับแต่นี้คงเป็นการทำงานเต็มที่ของทั้งนักข่าว ที่ไม่เพียงแค่สงสัยกับความถนัดของ ปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ แต่คงต้องตรวจสอบความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ที่รออยู่ด้วย

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ คงใช้เวลา 2 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ อย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ฝีมือและคำท้าทายเช่นกัน!!!

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นับนิ้วก็คุ้ม อุ้ม “ชัยวัฒน์” ข้ามห้วย นั่งปลัดคมนาคม

กลับขึ้นด้านบน