"ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา" ร่วมแก้ปัญหา พัฒนาสังคมไทย

"ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา" ร่วมแก้ปัญหา พัฒนาสังคมไทย

"ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา" ร่วมแก้ปัญหา พัฒนาสังคมไทย

รูปข่าว : "ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา" ร่วมแก้ปัญหา พัฒนาสังคมไทย

80 องค์กรเพื่อสังคมต้นแบบ ชวนคนไทยร่วมงาน Good Society Expo 2018 “ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา” ในวันที่ 13-16 ก.ย.นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

วันนี้ (2 ก.ย.2561)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลสำรวจจากงานวิจัยต่างๆ รวมทั้ง “คนไทยมอนิเตอร์” ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่พร้อมลงมือแก้ปัญหาสังคมแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร งาน “Good Society Expo 2018 ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา” เปิดช่องทางการลงมือแก้ปัญหาสังคมแก่ประชาชน พร้อมไปกับการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถขององค์กรเพื่อสังคมให้มีโอกาสได้ขยายผลโครงการแก้ปัญหาสังคมร่วมกัน เนื่องจากคนไทยทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคม หรือเป็น “Active Citizen” ได้

นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อคนไทย กล่าวว่า งานปีนี้มีความก้าวหน้าขึ้น และไม่ได้เน้นเฉพาะงานอาสาสมัคร แต่ยังเป็นประตูโอกาสสำหรับคนที่ต้องการช่วยแก้ปัญหาสังคมได้พบกับช่องทางการทำดีที่หลากหลาย ที่สำคัญก็คือยังมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับองค์กรเพื่อสังคมตัวจริง มีผลสำเร็จจริง ที่ช่วยกันพัฒนาในลักษณะความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง แล้วมาขยายผลความสำเร็จในงานนี้ 


ทั้งนี้ งาน Good Society Expo 2018 มีการแบ่งพื้นที่นำเสนอเป็น 11 โซนกิจกรรม ในบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มแรกเป็นโซนที่แก้ปัญหาสังคมเชิงประเด็น ทั้งองค์กรตัวกลางและภาคีเครือข่าย ที่ขับเคลื่อนงานในประเด็นต่างๆ ร่วมกันออกแบบงาน ประกอบด้วย ประเด็นต่อต้านคอร์รัปชัน โดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นองค์กรตัวกลาง ประเด็นการศึกษา โดยโครงการร้อยพลังการศึกษา ประเด็นสิ่งแวดล้อม โดยมูลนิธิเอ็นไลฟ ประเด็นสุขภาพ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และประเด็นผู้พิการ โดยบริษัท กล่องดินสอ จำกัด

สำหรับกิจกรรมต่อต้านคอร์รัปชัน เน้นสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมด้วยการสวมบทบาทตัวละครสมมติที่เป็นคนช่างสงสัย ตะลุยไขปริศนากลโกงในรูปแบบต่างๆ บนโลกสมมติที่สร้างสรรค์จาก 7 คดีที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ในกิจกรรม “สโนว์ (ว๊าย) กับคดีเอ๊ะทั้ง 7” เรื่องราวกลโกงในเมืองจำลอง ซึ่งเป็นการใช้เกมเป็นเครื่องมือเพื่อปรับการมองเรื่อง “คอร์รัปชัน” ตามหาคำตอบของกลโกงที่เราคุ้นเคย พร้อมปลุกตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งในการไขความลับในครั้งนี้ และกล้าที่จะเปิดเผยกลโกงคอร์รัปชันในสังคมไทย

ส่วนกิจกรรมเพื่อผู้พิการ จะมีการนำเสนอนวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการ เช่น แอปพลิเคชันแท็กซี่เพื่อผู้พิการ แอปพลิเคชันพรรณนาเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาชมภาพยนตร์ผ่านการฟังเสียง วีลแชร์สั่งได้โดยใช้สายตา พร้อมกิจกรรมเวิร์คชอปการเงินคนพิการ เวิร์คชอปคลาสทำอาหารแบบคนตาบอด เปิดตัวโครงการวิ่งด้วยกัน  โดยนายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานกรรมการมูลนิธินวัตรกรรมทางสังคม ระบุว่า มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมพยายามเชื่อมโยงสถานประกอบการที่กฎหมายกำหนดว่าต้องจ้างงานคนพิการ แต่ในความเป็นจริงจ้างไม่ได้ครบจึงต้องส่งเงินเข้ากองทุน กว่า 2,000 ล้านบาท

เราจึงพยายามทำให้คนพิการได้ทำงานเชิงสังคมในชุมชน และประกอบอาชีพในชุมชน เพราะผู้พิการต้องเผชิญความท้าทายมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เรื่องสำคัญมาก คือ การเข้าถึงอาชีพ เพื่อพึ่งพาตัวเอง 


ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม นำเสนอวิกฤตปัญหาขยะพลาสติก และแนวทางการแก้ไขที่ทุกคนทำได้ด้วยแคมเปญ “มาร่วมกันปลูกต้นไม้ด้วยการลดการใช้พลาสติกในมือคุณ” ชวนร่วมกิจกรรม “Yesกระติก Noพลาสติก : ร่วมกันลดขยะพลาสติก” หันมาใช้กระติกน้ำหรือแก้วน้ำส่วนตัว หรือรับส่วนลดพิเศษซื้อกระติกน้ำลาย Limited จากศิลปินรักษ์โลก โดยนายสัญชัย ตัณฑวณิช ผู้อำนวยการมูลนิธิเอ็นไลฟ ระบุว่า

หากพูดเรื่องมลภาวะเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในปัจจุบันนี้มลภาวะอยู่ใกล้ตัวของทุกคน โดยทุกคนมีความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นผู้บริโภคเป็นผู้ที่ใช้พลาสติกมากที่สุด


สำหรับกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความเข้าใจเรื่องพลาสติก ใช้เท่าที่จำเป็นและใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

ส่วนกิจกรรมด้านสุขภาพ มีการนำเสนอแผนรณรงค์ให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพทั้ง 5 ช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คุณแม่ วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ เช่น โซนแม่และเด็ก โซนเด็ก ชวนเรียนรู้เทคนิคเล็กๆ ในการสร้างลูก กิจกรรมโรงเรียนฉลาดเล่น โซนวัยรุ่น หาคำตอบว่าเพศและเซ็กซ์เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ โซนวัยทำงาน ชวนพักตับรับเข้าพรรษา โซนผู้สูงวัย โยคะวัยเก๋า ฯลฯ


กลุ่มที่สองเป็นโซนสำหรับผู้สนใจเรื่อง “การให้” ซึ่งประชาชนสามารถลงมือทำผ่านช่องทางการแบ่งปันต่างๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน ทั้งปันกัน เทใจ ฟู้ดฟอร์กู๊ด โซเชียลกีฟเวอร์ และเครือข่ายจิตอาสา เช่น ฟู้ดฟอร์กู๊ด พี่อิ่มท้องน้องอิ่มด้วย ชวนซื้อบัตรรับประทานอาหารราคาดีจากร้านอาหาร รายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือเรื่องโภชนาการให้กับเยาวชนที่ขาดแคลน

ส่วนเทใจดอทคอม มีกิจกรรมเปิดตัวกองทุนสำหรับช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า และการระดมทุนโครงการเพื่อพัฒนาเด็ก 3 โครงการ ได้แก่ “breathbank” เครื่องช่วยหายใจเพื่อผู้ป่วยเด็ก โซล่าเซลล์แก่ 9 โรงเรียนบนดอย และโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กลำสนธิ

ด้าน ปันกัน มีการโชว์เคสความร่วมมือขององค์กรธุรกิจพร้อมกับเชิญชวนประชาชนมาเป็นนักปันผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เปลี่ยนถุงกระดาษให้กลายเป็นโอกาสทางการศึกษา สมัครเป็นจิตอาสาปันกัน ฯลฯ เครือข่ายจิตอาสา ชวนร่วมกิจกรรมโครงการยางยืดเปลี่ยนชีวิต การประดิษฐ์เต้านมเทียมเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจากกลุ่มทอฝัน และกลุ่มที่สาม เป็นโซนนิทรรศการกลางที่ให้เลือกสร้างประสบการณ์การทำดีด้วยตัวเอง

ทั้งนี้  งาน Good Society Expo 2018 “ทำดีหวังผล เริ่มต้นที่เรา” จะจัดขึ้นในวันที่ 13-16 ก.ย.นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

กลับขึ้นด้านบน