ญี่ปุ่นยังประเมินความเสียหายจากพายุ "เชบี" ไม่ได้

ญี่ปุ่นยังประเมินความเสียหายจากพายุ "เชบี" ไม่ได้

ญี่ปุ่นยังประเมินความเสียหายจากพายุ "เชบี" ไม่ได้

รูปข่าว : ญี่ปุ่นยังประเมินความเสียหายจากพายุ "เชบี" ไม่ได้

ปี 2561 เป็นอีกปีที่ญี่ปุ่นบอบช้ำจากภัยธรรมชาติร้ายแรง แต่ขณะนี้ภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่นผ่านพ้นช่วงวิกฤตที่พายุเชบีถล่มไปแล้ว ซึ่งพายุอ่อนกำลังลงเคลื่อนตัวไปทางเหนือ แต่สิ่งที่ทิ้งไว้คือความเสียหายอย่างหนักที่ยังประเมินมูลค่าไม่ได้

มีผู้บันทึกภาพเป็นคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นภาพสะพานที่เชื่อมระหว่างโอซากากับสนามบินคันไซ ได้รับความเสียหายหลังเรือบรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 2,591 ตันที่ถูกลมพายุและคลื่นสูงพัดเข้ากระแทก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชายฝั่งญี่ปุ่นยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องติดค้างอยู่ภายในสนามบินคันไซเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ก.ย.2561)

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังซ่อมแซมและเปิดใช้งานบางส่วนของสะพานได้แล้ว ทำให้สามารถทยอยอพยพประชาชนจากสนามบินแห่งนี้ไปยังสนามบินโกเบ หรือสถานีรถไฟในโอซากาได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้เรืออพยพประชาชนที่ตกค้างบางส่วนออกมาตั้งแต่ช่วงเช้า ล่าสุดยังไม่สามารถระบุได้ว่าสนามบินคันไซจะกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อใด

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อภาคธุรกิจในพื้นที่ได้ในขณะนี้ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ยังไม่ทราบระยะเวลาที่สนามบินคันไซจะต้องปิดให้บริการไปอีกนานแค่ไหน เพราะสนามบินแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 10

 

ไต้ฝุ่นเชบีที่พัดเข้าถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 11 คนและได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 600 คน บ้านกว่า 2 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้และระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ขอให้ประชาชนรีบอพยพและสั่งให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชน ซึ่งทางการญี่ปุ่นแนะนำประชาชนประมาณ 1.2 ล้านคนให้อพยพ และมีคำสั่งให้อพยพ 16,000 คน โดยมีประชาชนมากกว่า 8,000 คน อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง 1,667 แห่งใน 24 เมือง

ในปี 2561 ญี่ปุ่นเผชิญกับภัยธรรมชาติรุนแรงหลายครั้ง ทั้งพายุฝนที่พัดถล่มภาคกลางและภาคตะวันตก เมื่อเดือนกรกฏาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไม่ได้อพยพออกนอกพื้นที่ เนื่องจากทางการท้องถิ่นไม่ได้บังคับให้ประชาชนอพยพ มีแค่คำเตือนเท่านั้น และเมื่อเดือนสิงหาคม ญี่ปุ่นยังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 65 คน

ขณะนี้พายุเคลื่อนพ้นประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว โดยเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกและมุ่งหน้าไปทางเหนือ ซึ่งคาดว่าคืนวันนี้ (5 ก.ย.2561) จะขึ้นฝั่งที่รัสเซีย

กลับขึ้นด้านบน