"กรมควบคุมโรค" คุมเข้ม 3 ระดับ ป้องกันโรคเมอร์ส

"กรมควบคุมโรค" คุมเข้ม 3 ระดับ ป้องกันโรคเมอร์ส

"กรมควบคุมโรค" คุมเข้ม 3 ระดับ ป้องกันโรคเมอร์ส

รูปข่าว : "กรมควบคุมโรค" คุมเข้ม 3 ระดับ ป้องกันโรคเมอร์ส

กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคเมอร์สในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และดำเนินมาตรการแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันเข้มข้นใน 3 ระดับ ทั้งด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ โรงพยาบาล และในชุมชน

วันนี้ (9 ก.ย.2561) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคเมอร์สในประเทศเกาหลีใต้ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลท้องถิ่น เพื่อรักษาโรคอุจจาระร่วง ส่วนในประเทศไทย ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีการติดตามสถานการณ์โรคเมอร์สในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เน้นดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคให้เข้มข้นทุกระดับ โดยเฉพาะในช่วงนี้ของทุกปีที่มีผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบียจำนวนมาก ซึ่งการรวมตัวกันของคนหมู่มาก อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อต่างๆ ได้ รวมถึงโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ได้เช่นกัน

ที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยโรคเมอร์สในประเทศแถบตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานพบผู้ป่วยโรคดังกล่าวในประเทศแถบเอเชียบางประเทศ ดังนั้น ประเทศไทยจึงยังมีความเสี่ยงจากการที่มีผู้เดินทางเข้าออกประเทศ ทั้งจากการเดินทางท่องเที่ยว เดินทางเพื่อประกอบธุรกิจ และเดินทางไปแสวงบุญ จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้น

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการป้องกันโรคเมอร์สในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคอย่างต่อเนื่องทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ 1.ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ 2.โรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน และ 3.ในชุมชน โดยเฉพาะในด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในช่องทางเข้า-ออกประเทศ จัดพื้นที่คัดกรองผู้เดินทาง ในกรณีที่พบผู้เดินทางสงสัยป่วย จะแยกผู้เดินทางและนำส่งโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษาตามมาตรฐานที่กำหนดต่อไป

สำหรับประชาชนที่กลับจากประเทศแถบตะวันออกกลาง หากภายใน 14 วัน มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรค ประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สงสัยโรคเมอร์ส หรือเข้าโรงพยาบาลท้องถิ่น หรือมีการเข้าฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มน้ำนมดิบโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะนมอูฐ สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

 

กลับขึ้นด้านบน