9.2 หมื่นล้าน ไทยสูญคดี "ตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า"

9.2 หมื่นล้าน ไทยสูญคดี "ตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า"

9.2 หมื่นล้าน ไทยสูญคดี "ตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า"

รูปข่าว : 9.2 หมื่นล้าน ไทยสูญคดี "ตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า"

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยผลสรุปการปราบปรามคดีตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า ในช่วง 4 ปี รวม 59,013 คดี ผู้ต้องหา 23,975 คน มูลค่าความเสียหาย 92,885 ล้านบาท

วันนี้ (20 ก.ย.61) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.) ครั้งที่ 1/2561 โดยภาพรวมผลการปฏิบัติงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินคดี 59,013 คดี ผู้ต้องหา 23,975 คน ตรวจยึดพื้นที่ 726,366 ไร่ ตรวจยึดไม้แปรรูป 1,321,324 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 63,061 ลูกบาศก์เมตร ตรวจยึดสัตว์ป่า 3,012 ตัว ซากสัตว์ป่า 10,352 ซาก และอีก 19,379.59 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 92,885 ล้านบาท

กรมป่าไม้ สามารถดำเนินคดีจำนวน 33,888 คดี ได้ผู้ต้องหา 11,361 คน ตรวจยึดพื้นที่ป่า 529,636 ไร่ ตรวจยึดไม้แปรรูป 1,111,845 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 48,420 ลูกบาศก์เมตร

 

 

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สามารถดำเนินคดีได้ 24,060 คดี ได้ผู้ต้องหา 12,228 คน ตรวจยึดพื้นที่ป่า 150,061 ไร่ ตรวจยึดไม้แปรรูป 204,027 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 14,550 ลูกบาศก์เมตร ตรวจยึดสัตว์ป่า 3,012 ตัว ตรวจยึดซากสัตว์ป่า 10,352 ซาก ตรวจยึดซากสัตว์ป่า 19,379.59 กิโลกรัม

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินคดีจำนวน 1,110 คดี ได้ผู้ต้องหา 386 คน ตรวจยึดพื้นที่ 46,670 ไร่ ตรวจยึดไม้แปรรูป 5,452 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 90.78 ลูกบาศก์เมตร

ผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ข้อมูลพื้นที่ป่าทั้งประเทศ พบว่าตั้งแต่ปี 56 - 60 พื้นที่ป่า อยู่ในระดับเดียวกันที่ร้อยละ 31 โดยเฉพาะช่วงปี 59 - 60 พื้นที่ป่ายังเท่าเดิมที่ร้อยละ 31.58 จากนี้ยังคงเดินหน้าบูรณาการขยายผลทุกมิติ เพื่อสืบหาตัวการใหญ่ และผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย ไม่ให้กลุ่มขบวนการทำลายป่าไม้และสัตว์ป่ารู้เท่าทันเจ้าหน้าที่

 

 

นอกจากนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ยังมีการเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลโดยเฉพาะกลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการของรัฐ ที่กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยเฉพาะคดีรายใหญ่ การทลายขบวนการค้าไม้ข้ามชาติเครือข่ายนางมู่หลาน โดยการใช้การข่าวร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง แกะรอยติดตามจากพื้นที่ภาคเหนือนานนับปี โดยสามารถตรวจค้นโกดังใน ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ และยึดไม้ชิงชัน ไม้พะยูง และไม้ประดู่ได้กว่า 400 ท่อน พร้อมคุมตัวแรงงานชาวเมียนมา 3 คน และนายทุนชาวจีน 1 คน ที่ซัดทอดหนึ่งในตัวการสำคัญ คือ น.ส.ชลิดา สุพันธมาส หรือในวงชื่อค้าไม้เถื่อนรู้จักในนาม "เจ้มู่หลาน" ขณะนี้ยังคงหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.61

 

 

จากการตรวจสอบพบว่าเข้ามาประกอบธุรกิจในเมืองไทยนานกว่า 10 ปี เคยถูกจับกุมคดีไม้พะยูงกว่า 1,700 ท่อน ในปี 2555 แต่ขณะนั้นอัยการสั่งไม่ฟ้อง และพบข้อมูลเชื่อมโยงคดีไม้มีค่าในหลายพื้นที่ ทั้งคดีเทไม้หน้าหน่วยป่าไม้ที่เชียงแสน จ.เชียงราย คดีไม้ที่สุรินทร์ สมุทรปราการ และที่โกดัง จ.ชัยนาท ข้อมูลจากชุดสืบสวนพบว่า มู่หลานทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ มาสวมเพื่อออกบัตรประชาชน ซึ่งปัจจุบันกระทรวงมหาดไทย ได้จำหน่ายออกจากระบบทะเบียนราษฎร์แล้ว

 


ข้อมูลหน่วยความมั่นคงพบอีกว่า มู่หลานมีความสัมพันธ์กับข้าราชการหลายหน่วยงาน หนึ่งในนั้นคือนายทหารนอกราชการรายหนึ่ง โดยมีชื่อปรากฏเป็นผู้เช่าโกดังเก็บไม้เถื่อนที่แพรกษา ล่าสุดถูกตำรวจจับกุมคาบ้านพักในจังหวัดสมุทรปราการ อีกคนคืออดีตลูกจ้างกรมป่าไม้ ซึ่งติดตามใกล้ชิดกับมู่หลาน รวมถึงมีเครือข่ายโรงงานแปรรูปไม้ในหลายพื้นที่ ทั้งใน จ.สุรินทร์ และจากการขยายผลการจตรสวจยึดตูคอนเทนเนอร์ที่โกดังย่านแพรกษา พบว่าเป็นสำแดงสินค้าของป่าชนิดครั่ง เพื่อส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย แต่ตรวจสอบว่าเป็นการส่งไม้ประดู่และไม้ชิงชันไปยังประเทศจีนและมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายมู่หลาน รวมถึงขยายผลตรวจสอบโรงงานแปรรูป ต.โพธิ์ชัย จ.หนองคาย หลังพบว่าเตรียมนำออกนอกประเทศ ซึ่งอายัดไม้ประดู่ 350 ท่อน เพื่อตรวจสอบต่อไปหากผิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน