จับตาเปิดประมูล "บงกช-เอราวัณ" 25 ก.ย.นี้

จับตาเปิดประมูล "บงกช-เอราวัณ" 25 ก.ย.นี้

จับตาเปิดประมูล "บงกช-เอราวัณ" 25 ก.ย.นี้

รูปข่าว : จับตาเปิดประมูล "บงกช-เอราวัณ" 25 ก.ย.นี้

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ยืนยันเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณตามกำหนดเดิม คาดใช้เวลา 2 เดือน พิจารณาตัดสินและทราบผู้ชนะประมูลในปลายปีนี้ ท่ามกลางกระแสคัดค้าน เพราะเห็นว่าไม่โปร่งใสและรัฐได้รับผลประโยชน์ไม่คุ้มค่า

วันนี้ (23 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงานสภาพลังงานเพื่อประชาชน แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก กรณีที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องการให้กลุ่มข้องใจในประเด็นการเปิดซองประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณ สามารถสอบถามที่กระทรวงพลังงานและยังยืนยันที่จะเปิดซองประมูลแหล่งก๊าซฯ ทั้ง 2 แหล่ง

สภาพลังงานฯ ขอให้นายศิริจัดดีเบต ใช้เวลา 3 ชั่วโมง และให้มีตัวแทนฝ่ายละ 3-4 คน โดยให้ทั้งสองฝ่ายผลัดกันให้ข้อมูลโดยในเวลาเท่ากันผ่านการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวี โดยใช้พิธีกรที่เป็นกลาง และเรียกร้องให้แก้ไขทีโออาร์แหล่งบงกช-เอราวัณ ให้กลับมาใช้ระบบจ้างผลิตและจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ รวมถึงปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยให้ยกเลิกการตั้งราคาอ้างอิงการนำเข้าปิโตรเลียมจากต่างประเทศและค่าการตลาด เพราะเชื่อว่าจะส่งผลให้ราคาพลังงานลดลงได้อย่างต่ำ 3 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า จะเปิดประมูลตามขั้นตอนในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ในวันที่ 25 ก.ย.61 นี้ ซึ่งจะเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค ราคา และผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐบาลจะได้รับ เมื่อได้ผู้ที่สนใจประมูลและผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามขั้นตอนแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการพิจารณาวิเคราะห์ข้อเสนอของผู้ร่วมประมูล และจะเสนอผลการประมูลต่อสาธารณชนและสังคมได้รับทราบ เพื่อความโปร่งใส หากเป็นไปตามกำหนดจะทราบผู้ชนะประมูลในปลายปี 2561

ขณะที่นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เห็นด้วยกับภาครัฐ ที่ควรเปิดประมูลแหล่งก๊าซในอ่าวไทยทั้ง 2 แหล่ง เพื่อให้การจัดหาก๊าซไม่เกิดสะดุดต่อการผลิตเชื้อเพลิงในประเทศ เพราะปริมาณสำรองปิโตรเลียมปัจจุบันลดลงต่อเนื่อง และเสนอว่ารัฐบาลควรปรับรูปแบบองค์กรในกระทรวงพลังงานให้รองรับการบริหารจัดการการจัดหาก๊าซธรรมชาติของเอกชนในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต เช่น ตั้งเป็น องค์กร PSC โดยเฉพาะ เพื่อสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลและมีความโปร่งใส

กลับขึ้นด้านบน