เปิดไทม์ไลน์ "ไม้สัก" สร้างรัฐสภา

เปิดไทม์ไลน์ "ไม้สัก" สร้างรัฐสภา

เปิดไทม์ไลน์ "ไม้สัก" สร้างรัฐสภา

รูปข่าว : เปิดไทม์ไลน์ "ไม้สัก" สร้างรัฐสภา

ความพยายามในการค้นหาไม้สักเกือบ 5,000 ท่อน เพื่อใช้ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ กลายเป็นข้อถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขว้างถึงความเหมาะสม วันนี้เริ่มมีความชัดเจนการจัดหาไม้สักจากสวนป่าเศรษฐกิจของอ.อ.ป.จำนวน 1,000 ท่อน

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ตรวจสอบการเลือกใช้ไม้สักเพื่อก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีกำหนดแล้วเวร็จภายในธ.ค. 2562 พบว่าผู้ที่ชนะการประกวดการออกแบบอาคารแห่งใหม่ คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 โดยมีการออกแบบให้มีเสาไม้ประดับอาคารแห่งใหม่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

จากแนวคิดของสถาปนิกที่ออกโครงสร้างสถาปัตยกรรมรัฐสภาขึ้นด้วยไม้สัก ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศ ไทยมีลักษณะภูมิประเทศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นสัก ด้วยเหตุนี้ต้นสักจึงกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ว่าจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและต้องดำเนินการจัดหาและติดตั้งเสาไม้สักตามแบบก่อสร้าง ซึ่งจัดทำโดยผู้ออกแบบ จำนวน 4,534 ต้น

ไม้สัก จะต้องผ่านการพิจารณาที่มาของไม้ว่าไม่เป็นไม้ผิดกฎหมาย เป็นไปตามที่แบบก่อสร้างงานสถา ปัตยกรรมที่ 1 ซึ่งกำหนดว่าคุณภาพไม้ที่ใช้ต้องปฎิบัติตามรายการประกอบแบบอย่างเคร่งครัด ตรง ไม่คดงอ ไม่มีกระพี้ ไม่มีตาที่ทำให้เสียความแข็งแรงหรือความสวยงาม มีขนาดตามที่กำหนด และมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ไม้เสาไม้สักทั้งหมดต้องเป็นไม้จากป่าปลูก และไม้พื้น ผนัง ฝ้า เพดานที่เป็นไม้จริง 

แบบก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมที่ 2 เสาประดับเป็นเสาประดับที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร สูง 4.60 เมตร ทาน้ำยาเคลือบชนิด OIL BASE ติดตั้งเสาไม้บนฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝังแผ่นเหล็กยึดด้วยน็อตตามรายการการออกแบบ

ไม้ทั้งหมดที่ใช้จะต้องเป็นไม้ที่ไม่มีข้อบกพร่องและเป็นไม้ที่ผ่านการอบแห้งดีแล้ว ไม้ที่มีความชื้นเกิน 16% ห้ามนำมาใช้ในงานถาวร หากมีการยืดหดภายหลังผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด

 

ขอใช้ไม้สักสวนป่า อ.อ.ป.แต่ถูกค้าน


ผู้ออกแบบได้ติดต่อขอใช้ไม้ไปยัง อ.อ.ป. และมีหนังสือตอบกลับมาว่าพร้อมให้ความร่วมมือ จัดหาไม้สักที่สวนป่าเศรษฐกิจ ของ อ.อ.ป. และระบุว่า เพื่อนำไม้ไปจัดทำไม้เหลากลมมีข้อจำกัดเรื่องขนาดและคุณภาพของไม้ ที่จะต้องปรับขนาดให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 8 นิ้ว และในส่วนของคุณภาพอาจจำเป็นต้องมีส่วนกระพี้ตาหรือรูมอดไม้ เนื่องจากเป็นธรรมชาติของไม้จากป่าปลูก ทั้งนี้หากเงื่อนไขดังกล่าวอยู่ในวิสัย อ.อ.ป. ก็พร้อมจะดำเนินการให้

ก่อนจะมีการดำเนินการหาไม้สักตามขนาดที่กำหนด สำนักเลขาธิการสภาฯ ได้มีการเจรจาให้เปลี่ยนชนิดไม้แต่ทางผู้ออกแบบไม่ยินยอม จึงดำเนินการไปตามสัญญาการออกแบบ

จากนั้น อ.อ.ป.ได้สั่งการให้สวนป่าไม้ในสังกัดทั่วประเทศ สำรวจไม้สักที่ได้ขนาดตามที่ผู้รับเหมาต้องการ ซึ่งสวนป่าแม่หอพระ ของ อ.อ.ป.เชียงใหม่ แจ้งมาว่าพบไม้สักแปลงปี 2521 จำนวน 2,000 ต้น บริเวณบ้านป่าสักงาม หมู่ที่ 1 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีขนาดตามที่ผู้รับเหมาต้องการ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ สำรวจ และประกอบกับชาวบ้านต้องการอนุรักษ์ไม้สักไว้

 

นายกรัฐมนตรี สั่งเลิกตัดไม้สวนป่า 

กระทั่ง 19 ก.ค.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุติการตัดไม้สักเพื่อมาสร้างรัฐสภา และหาวิธีการฟื้นฟูและร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่ เพื่อนำกลับมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่าของรัฐบาล

ขณะที่กรมป่าไม้มีคำสั่งให้หยุดการใช้ไม้ในพื้นที่ ส่วนจะหาไม้มาจากไหนนั้น เป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาเอง ซึ่งจะสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ หรือจะสั่งซื้อกับ อ.อ.ป.ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตกลงในอนาคต

ขณะที่ อ.อ.ป.ได้สำรวจสวนป่าเศรษฐกิจอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น ใน จ.ลำปาง แพร่ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ มาใช้ตกแต่งประดับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทดแทน ซึ่งมีขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว ยาว 6 เมตรขึ้นไป เฉลี่ยต้นละ 36,000 บาท เป็นเงินประมาณ 180 ล้านบาท

 

"ซิโน-ไทย" ขอซื้อไม้สักจากอ.อ.ป. 1,000 ท่อน


หลังเกิดปัญหาชาวบ้านคัดค้านตัดไม้สักจากสวนป่าแม่หอพระ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2559 ทำให้เรื่องการขอซื้อไม้สักจากป่าปลูกของ อ.อ.ป.เงียบหายไป เกือบ 2 ปี

กระทั่งช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัท ซิโน-ไทย ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารสร้างรัฐสภา ติดต่อไปยัง อ.อ.ป. อีกครั้ง และทำสัญญาตกลงซื้อขายไม้สักกับทาง อ.อ.ป. เพียงแค่ 1,000 ท่อน ซึ่งเป็นไม้สักที่ทำออกจากสวนป่าปลูกไม้เศรษฐกิจ ตามแผนงานประจำปี 2561 ของ อ.อ.ป.ในเขตภาคเหนือ

โดยเริ่มตัดทำท่อนกลมตามสเปกที่กำหนดไว้เพียง 200 ท่อน แต่จะต้องส่งมอบให้ทั้งหมดภายในเดือนธ.ค.นี้ ส่วนไม้สักอีกเกว่า 3,000 ท่อนผู้รับเหมาอาจจะขอซื้อจากสวนป่าเอกชน เพื่อให้ครบตามจำนวน 

ล่าสุด ข้อมูลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 51 % และมีกำหนดก่อสร้างเสร็จภายในปี 2562 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

อ.อ.ป.แจงขายไม้สัก 1,000 ท่อนสร้างรัฐสภาแห่งใหม่

"ศรีสุวรรณ" จี้เลิกใช้ "ไม้สัก" ประดับรัฐสภา

 

กลับขึ้นด้านบน