นายกฯ ขู่ไล่ออก จนท.รับสินบนทำวีซ่านักท่องเที่ยว

นายกฯ ขู่ไล่ออก จนท.รับสินบนทำวีซ่านักท่องเที่ยว

นายกฯ ขู่ไล่ออก จนท.รับสินบนทำวีซ่านักท่องเที่ยว

รูปข่าว : นายกฯ ขู่ไล่ออก จนท.รับสินบนทำวีซ่านักท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรีย้ำใช้มาตรการลงโทษถึงขั้นไล่ออก หากพบเจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนนักท่องเที่ยวจีนอำนวยความสะดวกประทับวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน สนับสนุนให้รัฐบาลออกมาตรการดัมเบิล เอ็นทรี่ วีซ่า ดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา

หลังปรากฏคลิปเจ้าหน้าที่ระงับเหตุสนามบินดอนเมืองทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานและฝ่ายความมั่นคง เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย ล่าสุดได้ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วทั้งให้ออกและพักราชการ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหาภาพลักษณ์ประเทศและไม่ควรเผยแพร่คลิปที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ยืนยันว่าการท่องเที่ยวของไทยยังเป็นปกติ แม้จะมีปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงบ้าง

นายกฯ ยังระบุถึงปัญหาเจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนจากนักท่องเที่ยวจีน เป็นค่าอำนวยความสะดวกตรวจลงตรา หรือประทับวีซ่าเข้าประเทศไทยว่า ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าไปแก้ไขแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรียกรับสินบนอีก โดยได้สั่งการไปแล้วว่าหากตรวจสอบพบจะถูกไล่ออกทันที


ขณะที่นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเชิงระบบ เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาขอวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองจำนวนมาก

ส่วน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ออกคำสั่งห้ามเก็บเงินค่าอำนวยความสะดวกทุกด่านทั่วประเทศแล้ว โดยขณะนี้พบ 2 กลุ่มทัวร์ที่มีนายหน้ารับดำเนินการเรียกเงินส่วนต่าง 300 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมปกติ 2,000 บาท

กลุ่มตัวแทนนายหน้าอ้างว่า ส่วนต่าง 300 บาทเป็นค่าใช้จ่ายให้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยเตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มทัวร์ที่ทำให้ตำรวจเสียชื่อเสียง และในวันที่ 18 ต.ค.นี้ จะมีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ

กกร.หนุนรัฐออกดับเบิล เอ็นทรี วีซ่า ดึงนักท่องเที่ยวจีน

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้มีการหารือถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลง โดยเฉพาะในเดือน ส.ค.2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 11.8 มีจำนวน 8.7 แสนคน จากเดือน ก.ค.2561 ที่มีจำนวน 9.3 แสนคน

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าไทย ระบุว่า สาเหตุเกิดจากเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และเศรษฐกิจจีนชะลอลงจากปัญหาสงครามการค้า จึงอยากให้รัฐบาลประสานไปยังประเทศจีน เพื่อทำความเข้าใจทั้งเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต, คลิป รปภ.ทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน และปัญหาการเก็บเงินส่วนเกิน โดยต้องหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว

 

นอกจากนี้ยังสนับสนุนออกมาตรการดัมเบิ้ล เอ็นทรี่ วีซ่า ให้นักท่องเที่ยวจีน หรือการยื่นขอวีซ่าเข้าไทย 1 ครั้ง เดินทางได้ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับคืนมา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ มากกว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตัวเอง และที่สำคัญนักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายต่อหัวสูงที่สุดเฉลี่ย 50,000 บาทต่อคน เพราะนิยมพักโรงแรม 5 ดาว

แต่ กกร.เชื่อว่าทั้งปียอดนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยถึง 10 ล้านคนตามเป้าหมาย และเห็นว่าการที่กรมสรรพากรประกาศให้มีจุดคืนภาษีมูลเพิ่มจะส่งผลให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยว

แอตต้าเสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

ขณะที่นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า ระบุว่า ในเดือน ก.ย.2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และข่าวการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในไทยและแนวโน้มลดต่อเนื่องไปถึงเดือน ต.ค.

ทั้งนี้ เเนวทางในการแก้ปัญหาได้เสนอนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าเหมือนในอดีต แต่หากปฏิบัติได้ยากก็จะเสนอมาตรการทำมัลติเพิล เอนทรี วีซ่า

เลขาธิการแอตต้าระบุด้วยว่า นายวีระศักดิ์ยังได้ขอความร่วมมือภาคธุรกิจให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจ ซึ่งภาคธุรกิจเห็นด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน