แกะรอยขบวนการ "ค้าเงินข้ามชาติ" ไทย-ลาว

แกะรอยขบวนการ "ค้าเงินข้ามชาติ" ไทย-ลาว

แกะรอยขบวนการ "ค้าเงินข้ามชาติ" ไทย-ลาว

รูปข่าว : แกะรอยขบวนการ "ค้าเงินข้ามชาติ" ไทย-ลาว

แกะรอยขบวนการค้าเงินข้ามชาติ หลัง 1 ปี นายด่านศุลกากรหนองคาย ตรวจยึดธนบัตรไทยที่ลักลอบขนออกนอกประเทศ ได้ถึง 3 ครั้ง รวมมูลค่าสูงถึง 166 ล้านบาท

วันนี้ (12 ต.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพียงระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เจ้าหน้าที่ศุลกากร จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดธนบัตรไทยที่ลักลอบขนออกนอกประเทศ ได้ถึง 3 ครั้ง รวมมูลค่าสูงถึง 166 ล้านบาท ครั้งแรกตรวจยึดได้เมื่อช่วงเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว 90 ล้านบาท ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 30 ล้านบาท และครั้งล่าสุด 38 ล้านบาท

สำหรับกระบวนการที่นักธุรกิจชาวลาวนำเงินดอลลาร์มาแลกเป็นเงินบาทในไทย แทนการแลกเงินที่ฝั่งลาวซึ่งมีสถาบันการเงิน และธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอยู่นั้นต้องยอมรับว่า ชาวลาว รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะใช้เงิน 2 สกุล คือ เงินบาท และดอลลาร์เป็นหลัก ไม่นิยมใช้สกุลเงินกีบของลาว ซึ่งสวนทางกับรัฐบาลลาวที่ต้องการให้ใช้เงินกีบเป็นหลัก

ขณะที่ก่อนหน้านี้เงินกีบลาวก็แข็งค่า หากนำเงินดอลลาร์ไปแลกเป็นเงินกีบ ก็จะอยู่ที่ราวๆ 1 ดอลลาร์ ต่อ 8,500 กีบ ซึ่งยุ่งยากต่อการพกพา หรือหากเทียบเป็นเงินไทย 1 บาท ต่อ 230-250 กีบ เงินกีบจึงไม่เป็นที่ยอมรับ

เงินดอลลาร์ที่นักธุรกิจลาวรับซื้อจากนักท่องเที่ยว จึงต้องข้ามมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทที่ฝั่งไทย ซึ่งจะได้ตามอัตราที่ธนาคารกำหนดและอีกสาเหตุหนึ่ง คือ การทำธุรกิจในลาว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใด ทางการลาวจะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 30 ของกำไรที่ได้ จุดนี้จึงทำให้นักธุรกิจลาวบางส่วน อาจไม่ได้แจ้งต่อทางการลาวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ หรือธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และอาจไม่สามารถแจ้งถึงแหล่งที่มาของเงินได้ ทั้งหมดนี้จึงไม่สามารถแลกเงินดอลลาร์และในระบบธนาคารของลาวได้ 

ไทยพีบีเอส พบว่า วิธีการที่นักธุรกิจชาวลาวใช้ในการขนเงินดอลลาร์เข้ามาในไทยแล้วนำเงินบาทออกนอกประเทศ มีอยู่ 2 ช่องทาง คือ แจ้งต่อธนาคารแห่งประเทศไทยและศุลกากรไปตรงๆ ว่าต้องการนำเงินออกนอกประเทศไม่เกิน 2 ล้านต่อวัน ซึ่งวิธีการนี้จะไม่ถูกจับตามากนัก เพราะการค้าตามแนวชายแดนเน้นใช้เงินสด ยกเว้นผู้ที่เข้า-ออก และขออนุญาตกับศุลกากรบ่อยจนเกินไป

วิธีที่ 2 ก็คือ ไม่แจ้งต่อศุลกากรและธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คือจะใช้วิธีการลักลอบนำเข้าเงินดอลลาร์ในลักษณะกองทัพมด หรือช่องทางที่ผิดกฎหมาย จากนั้นใช้วิธีการให้นอมินี หรือตัวนักธุรกิจเอง ทยอยแลกเปลี่ยนเงินบาทตามธนาคาร ก่อนจะลักลอบขนออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ การลักลอบนำเงินบาทออกนอกประเทศ นายด่านศุลกากรหนองคาย พบว่ามีกลุ่มที่เคลื่อนไหว 5 กลุ่ม สามารถจับกุมได้แล้ว 3 กลุ่ม ยังเหลืออีก 2 กลุ่มซึ่งยังพบความเคลื่อนไหวและมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ศุลกากรขอแจ้งเตือนให้ขบวนการค้าเงินหยุดพฤติกรรมลักลอบนำเงินบาทออกนอกประเทศ และหากมั่นใจว่าธุรกิจที่ทำถูกกฎหมาย ก็สามารถนำเข้าหรือแลกเปลี่ยนเงินตราได้ตามปกติ

 

กลับขึ้นด้านบน