"พล.อ.อภิรัชต์" จัดวาง "มือซ้าย-มือขวา" สร้างเอกภาพกองทัพ

"พล.อ.อภิรัชต์" จัดวาง "มือซ้าย-มือขวา" สร้างเอกภาพกองทัพ

"พล.อ.อภิรัชต์" จัดวาง "มือซ้าย-มือขวา" สร้างเอกภาพกองทัพ

รูปข่าว : "พล.อ.อภิรัชต์" จัดวาง "มือซ้าย-มือขวา" สร้างเอกภาพกองทัพ

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลเลือกตั้งและเพื่อสถานการณ์ที่สงบเรียบร้อย กองทัพจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาท ให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย เพื่อรองรับการเลือกตั้งในต้นปี 2562

ด้วยภารกิจนี้ถือเป็นความท้าทาย ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่จะนำพากองทัพสู่ความเป็นเอกภาพ ปลอดการเมืองแทรกแซง ผ่านผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีทั้งพี่-น้อง และเพื่อนเตรียมทหารต่างรุ่น

2 ปีกับการย่างก้าวสู่ตำแหน่งแม่ทัพบกคนที่ 41 ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ คือ บทที่ท้าทายในการนำพากองทัพให้หลุดพ้นจากฝ่ายการเมือง และที่สำคัญคือบทพิสูจน์กับข้อเคลือบแคลงในตำแหน่งแม่ทัพบก เพราะนามสกุล "คงสมพงษ์" หรือ ความสามารถของตัวเอง

ข้อเคลือบแคลงที่ว่านี้ น่าจะได้พิสูจน์กันในครั้งนี้ จุดสำคัญของชายชาติทหารที่ชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 41 นอกจากเส้นทางการเติบโตตามไลน์ในกองทัพแล้ว ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับนามสกุล "คงสมพงษ์" ที่สะสมเป็นต้นทุนจากบารมีของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้เป็นบิดา

ดังนั้น 2 ปี กับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก จึงถือเป็นบทที่ท้าทาย ว่าต้องสร้างความเชื่อมั่น-เชื่อถือ และภาพลักษณ์ของกองทัพ จึงผสาน "รุ่นพี่-รุ่นน้อง" หรือ "วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์" ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้การขับเคลื่อนงาน ให้เกิดเอกภาพและความเท่าเทียมในกองทัพ

หากดูเส้นทางการเติบโตของ พล.อ.อภิรัชต์ น่าจะถนัดสายบู๊มากกว่าสายบุ๋น จึงจำเป็นจะต้องมีทั้งพี่-เพื่อนและน้องเข้ามาร่วมเป็นคู่คิดและมิตรคู่ใจ โดยเฉพาะในเวลาของการเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลเลือกตั้ง มีการจัดวางไลน์เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 20 อย่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่เติบโตมาจากฝ่ายเสนาธิการ เข้ามาจัดวางแผนงานในกองทัพให้เป็นระบบ

ขณะที่ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา จะรับผิดชอบสายงานกำลังพล พร้อมๆ กับการจัดวางขุมกำลังในพื้นที่กองทัพ ภาคที่ 3และภาคที่ 4 ที่ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการแวดระวังภัยด้านความมั่นคง และที่สำคัญไปกว่านั้น คือการจัดวางกำลังรบหลักในกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองก็ว่าได้

งานในไลน์ 5 เสือ ทบ. ก็เกลี่ยให้ลงตัว ที่ให้รุ่นพี่เตรียมทหาร 18 คือ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ รับผิดชอบสายงานส่งกำลังบำรุง-จัดซื้อจัดจ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งแตกต่างจากบทบาทในอดีต ที่มักจะเอาเพื่อนร่วมรุ่นมารับผิดชอบสายงานนี้ ขณะที่ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ ให้รับผิดชอบสายงานการข่าวและกิจการต่างประเทศ

การก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งแม่ทัพบกของ พล.อ.อภิรัชต์ นอกจากจะถูกจับตามมองถึงการเติบโตของสายวงศ์เทวัญแล้ว ยังหมายรวมไปถึงการวางขุมกำลังหลัก เพื่อดูแลสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งไม่ใช่แค่การจัดการเลือกตั้ง แต่ยังเป็นโค้งสุดท้ายในการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลเลือกตั้ง

ผบ.ทบ.คนนี้ ถือว่า สวมหมวกหลายใบ เพราะยังควบประธานบอร์ดกองสลาก,สมาชิก สนช.,เลขาธิการ คสช. รวมถึงผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จึงเตรียมปรับแผนรักษาปลอดภัย สัปดาห์นี้จะประชุมผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ กำชับ-สั่งการ-มอบนโยบายทำพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย รองรับการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ แม้แต่การเมือง ซึ่งต้องไร้ความขัดแย้ง

รศ.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่า สถานการณ์ในอนาคตข้างหน้า จะมีความท้าทายต่อกองทัพเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะบทบาทตามภารกิจโดยตรง หรือทางอ้อม ที่ไทยกำลังจะก้าวเป็นประธานอาเซียน และต้องทำหน้าที่จัดประชุมในประเทศไม่น้อยกว่า 200 เวที ท่ามกลางแขกวีไอพี ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมในทุกมิติด้วย

ผู้บัญชาการเหล่าทัพมาจากการแต่งตั้ง แต่คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่คุมกองทัพ หลังจากนี้ไป อาจเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ดังนั้นการเชื่อมต่อระหว่างรัฐบาลใหม่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะลดช่องว่างของทุกปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงปัญหาระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ

 

กลับขึ้นด้านบน