พรานบุก “ล่ากวาง-หมูป่า” พื้นที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี

พรานบุก “ล่ากวาง-หมูป่า” พื้นที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี

พรานบุก “ล่ากวาง-หมูป่า” พื้นที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี

รูปข่าว : พรานบุก “ล่ากวาง-หมูป่า” พื้นที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี

พรานป่า บุกเข้าล่าหมูป่า ยิงกวางป่าในเขตพื้นที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับความช่วยเหลือและนำมาอนุบาลในพื้นที่ ตั้งข้อสังเกตให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้กระทำความผิด

วันนี้(20ต.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสัตว์ : สิทธิและโอกาส - Thailand Animal Rights Alliance โพสต์ข้อความพร้อมภาพกวางป่าถูกยิง โดยตั้งคำถามว่า"ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่นายพรานไม่แยแส หรือเพราะมันไม่เคยมี? "

ข้อความ ระบุว่าจากกระทิงถูกแล่ เสือดำถูกฆ่ากลางอุทยาน หมีขอถูกข้าราชการนำพวกไปล่า ข่าวเหล่านี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย แต่ที่น่าตกใจมากที่สุดคือเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่มีนายพรานตัดรั้วบุกรุกเข้าไปฆ่าสัตว์ที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 

ซึ่งสัตว์เหล่านี้ทางมูลนิธิ ได้ช่วยเหลือมาจากการทารุณกรรม และนำไปอนุบาลเลี้ยงดูในพื้นที่พักพิงสัตว์ของมูลนิธิฯ

โดยพรานใจบาปกลุ่มนั้นได้บุกเข้าไปฆ่าหมูป่า 2 ตัว และ ยิงกวางหนึ่งตัว โดยกวางได้หนีหัวซุกหัวซุนวิ่งมาตายใกล้ๆ กับที่บ้านพักคนงาน ทำให้พรานใจบาปเหล่านั้น ไม่สามารถไปเอากวางที่ฆ่าออกมาได้ มีเพียงได้นำเอาศพหมูป่าไปได้ 2 ตัวที่ขโมยออกไปได้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มันกำลังจะบอกอะไรกับพวกเรา?

นี่มันแสดงให้เห็นว่าคนในประเทศนี้มิได้เกรงกลัวกฎหมาย และไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสัตว์ป่าแต่อย่างใด!

 

 

จี้ตำรวจเร่งตามหาผู้กระทำความผิด

TARA มาวิเคราะห์จากการล่าสัตว์ป่าสงวน แม้กระทั่งสัตว์ป่าคุ้มครองมาหลายๆคดี ทำให้ตระหนักได้ดีว่าแทบทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แทบจะไม่มีคำตอบที่กระจ่างให้กับสังคม หลายคดีที่เลือนหายไปกับกาลเวลา มันส่อแสดงให้เห็นการไม่จริงจังและเด็ดขาดกับการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าในประเทศไทย


การฆ่าเสือดำ การฆ่าหมีขอ และการเข้าไปฆ่าสัตว์ของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่านี้ มันกำลังเปิดเสื้อให้เห็นแผ่นหลังว่าการคุ้มครองสัตว์ป่าประเทศนี้มันแทบไม่ได้ผล จนกระทั่งมีหลายคนรำพึงออกมาว่า กรรมที่เกิดมาเป็นสัตว์ป่าในประเทศไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่เพชรบุรี ทางกลุ่มTARA ทราบมาว่าทางมูลนิธิได้ไปเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องที่ แต่เราก็คงจะเดาคำตอบกันได้อยู่แล้ว ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้รักษากฎหมายไม่กระตือรือร้นหรือให้ความสำคัญกับชีวิตสัตว์เหล่านั้น การแจ้งความใดใดมันอาจย่อมเสียเวลาเปล่า

ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายสัตว์ป่าในประเทศไทย จะเริ่มไม่ได้ถ้าต้นน้ำ อย่างเจ้าพนักงานสอบสวนไม่มีความกระตืนรือร้นในการทำคดีเกี่ยวกับสัตว์ หลายๆคดีที่เกี่ยวกับสัตว์ กลายเป็นประชาชนต้องไปหาเบาะแสกันมาเอง ที่แทบป้อนเจ้าหน้าที่ แทนที่เจ้าหน้าที่จะมีความกระตือรือร้นในการหาหลักฐานหรือพลิกข้อกฎหมายต่างๆ


หรือจะรอให้ทั่วโลกประนามและประจานความไม่เอาไหนของหน่วยงานประเทศไทยให้มากๆ เสียก่อน หรือ รอจนวันที่ประเทศไทยต้องเหลือสัตว์ป่าตัวสุดท้ายเสียก่อนหน่วยงานที่เกี่ยวของถึงจะมาทำงานปกป้องสัตว์ป่าอย่างจริงจังเสียที


ทั้งนี้ TARA ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า เนื่องจากเข้าใจดีถึงความรู้สึกที่ต้องมาสูญเสียชีวิตสัตว์ที่ได้อุทิศตัวพยายามช่วยเหลือมา และขอให้หาตัวคนร้าย นายพรานผู้กระทำผิดให้เจอ และนำตัวมาลงโทษได้ในเร็ววัน

กลับขึ้นด้านบน