ผลชันสูตรยืนยันแมวตายผิดธรรมชาติ

ผลชันสูตรยืนยันแมวตายผิดธรรมชาติ

ผลชันสูตรยืนยันแมวตายผิดธรรมชาติ

รูปข่าว : ผลชันสูตรยืนยันแมวตายผิดธรรมชาติ

ตำรวจ-ปศุสัตว์ ตรวจคอนโดผู้ต้องสงสัยทารุณกรรมสัตว์ไม่พบสิ่งผิดปกติ ขณะที่ผลชันสูตรชี้ชัดอวัยวะหายและไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ

วันนี้ (20 ต.ค.2561) เพจ WATCHDOG THAILAND (WDT) โพสต์ความคืบหน้ากรณีมีคนขอรับเลี้ยงแมว แต่คาดว่านำไปทารุณกรรม ซึ่งกรมปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม ได้ลงพื้นที่ตรวจคอนโดของผู้ต้องสงสัย ย่านสาธร-ตากสิน กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ ขณะที่กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ รวมถึงองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ยืนยันผลการชันสูตรว่าแมวที่ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าถูกรถทับ ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ

มีร่องรอยถูกกระแทกที่หน้าผากขวาจนเลือดคั่งและกระโหลกศรีษะแตก แต่ไม่ใช่แรงกระแทกถึงขนาดดวงตาหลุดทะลัก ดังที่จะพบจากสภาพศพของสัตว์ที่ได้รับอุบัติเหตุ เช่น รถชน

นอกจากนี้ยังพบร่องรอยกระแทกมากกว่า 2 ครั้ง และมีร่องรอยกระแทกที่บริเวณช่วงอก ทำให้เกิดการคั่งของเลือดที่หัวใจและปอด รวมถึงสภาพร่างกายมีร่องรอยถูกเฉือนและถูกนำเอาอวัยวะภายในออกไปทั้งหมด

2 ผู้เสียหายยันดีเจสาวรับไปเลี้ยง

น.ส.อิศราภรณ์ สมุทรกลิน ผู้เสียหายคนที่ 1 กล่าวว่า พี่สาวเป็นสัตวแพทย์ ได้ประกาศหาผู้อุปการะแมว 4 ตัว ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่มีอาชีพเป็นดีเจ ได้ติดต่อขอรับเลี้ยงแมวตัวผู้ 1 ตัว หางยาวและไม่ส่งเสียงดัง เมื่อรับแมวไปแล้วไม่สามารถติดต่อผู้ต้องสงสัยได้

กระทั่งวันถัดมา เมื่อผู้ต้องสงสัยรับโทรศัพท์ ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้รับแมวไปเลี้ยง กระทั่งตนขู่ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด ผู้ต้องสงสัยจึงยอมรับ แต่อ้างว่าได้ส่งแมวให้เพื่อนอีกคนเลี้ยง จากนั้นเมื่อซักถามต่อเนื่องกลับได้คำตอบไม่ตรงกัน เช่น มีชาวต่างชาติมาขอเล่นด้วยแล้วแมวหาย ขณะที่การให้ข้อมูลกับตำรวจเมื่อคืนวานนี้ กลับอ้างว่าแมวหายระหว่างนั่งแท็กซี่แล้วถูกรถทับ

ด้าน น.ส.นพรัตน์ คำบูรณวิทย์ ผู้เสียหายอีกคน กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยขอรับแมวไปเลี้ยง 2 ตัว เมื่อตนเห็นโพสต์เตือนของผู้เสียหายคนแรก จึงพยายามติดต่อผู้ต้องสงสัย จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้คืนแมวมา 1 ตัว ส่วนอีกตัวอ้างว่าแมววิ่งหายไประหว่างนำตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์วงเวียนใหญ่ ขณะที่โรงพยาบาลยืนยันว่ามีการนำแมวมาตรวจริง แต่แมวไม่ได้วิ่งหนีตามที่อ้าง

แจงสาเหตุแมวหายไม่ได้ ?

ข้อมูลเพจ WATCHDOG THAILAND ยังโพสต์รูปเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็นของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเฟซบุ๊กแรกไม่สามารถค้นเจอในเฟซบุ๊กแล้ว ส่วนเฟซบุ๊กที่ 2 ซึ่งมีข้อความ “420 = Love” ยังสืบค้นได้ แต่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับแมวที่หายไป (ข้อความ “420” คือสัญญลักษณ์ของกลุ่มผู้นิยมกัญชา)

นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งยังอ้างว่าผู้ต้องสงสัยขอรับเลี้ยงแมว นำภาพการทารุณกรรมสัตว์เผยแพร่ทางยูทูปผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศเพื่อแลกกับ "บิทคอยน์" ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลชนิดหนึ่ง

ทั้งนี้เพจดังกล่าวยังได้สรุปข้ออ้างที่ผู้ต้องสงสัยให้การกับตำรวจถึงสาเหตุที่อ้างว่าแมวหาย ได้แก่ 1. ไม่ได้เป็นคนรับแมวมาแต่แรก 2.มีคนขอเล่นและขโมยไป 3.เพื่อนเข้ามาเล่นแมวแล้วแมวหาย 4. เปิดประตูบ้านไว้แล้วแมวหาย และ 5. รับแมวขึ้นแท็กซี่แล้วแมวหาย

3 วัน แมวกลายเป็นซาก

ข้อมูลที่ น.ส.อิศราภรณ์ ผู้เสียหายคนแรก ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์นับตั้งแต่ผู้ต้องสงสัยมารับแมวและอ้างว่าแมวหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนี้


17 ต.ค.  ผู้ต้องสงสัยติดต่อขอรับแมว ขอแมวไม่ส่งเสียงดังอ้างเลี้ยงในคอนโด

             ขณะที่ผู้เสียหายติดต่อไม่ได้ หลังผู้ต้องสงสัยรับแมวไป

18 ต.ค.  เวลา 22.00 น. ติดต่อผู้ต้องสงสัยได้ เจ้าตัวอ้างไม่ได้รับแมวมาแต่แรก

             ด้านผู้เสียหายขู่ใช้ภาพกล้องวงจรปิดยืนยัน พร้อมโพสต์เตือนภัย

19 ต.ค.  กลางดึกผู้ต้องสงสัยเข้าพบตำรวจ สน.เพชรเกษม

             พร้อมนำซากแมวมาด้วย อ้างแมวหลุดแล้วโดนรถทับ

แม้การตรวจสอบคอนโดฯของผู้ต้องสงสัยจะไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากกลุ่มผู้เสียหายไว้แล้ว  ขั้นตอนจากนี้คือการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป

กลับขึ้นด้านบน