เตรียมแจ้งข้อหาคนขับรถตู้ขนแรงงานไฟไหม้ ดับ 9

เตรียมแจ้งข้อหาคนขับรถตู้ขนแรงงานไฟไหม้ ดับ 9

เตรียมแจ้งข้อหาคนขับรถตู้ขนแรงงานไฟไหม้ ดับ 9

รูปข่าว : เตรียมแจ้งข้อหาคนขับรถตู้ขนแรงงานไฟไหม้ ดับ 9

สำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร เตรียมแจ้งข้อหากับคนขับรถตู้ชนต้นไม้และไฟลุกไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บอีก 6 คน พบรับคนเกิน-ปิด GPS พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที

วันนี้ (22 ต.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวถึงกรณี อุบัติเหตุรถตู้ชนต้นไม้และเกิดไฟลุกไหม้ ที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ทำให้ผู้โดยสารถูกไฟคลอกเสียชีวิต 9 คน และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ถูกส่งไปที่โรงพยาบาลตำรวจ กทม.แล้ว เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ ขณะที่นายคมวัฏ แซ่พู คนขับรถยังอยู่ในอาการสาหัส ยังไม่สามารถสอบปากคำได้

เบื้องต้นความรับผิดชอบในฐานะเป็นผู้ขับรถ คือ กรณีรับบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งผู้โดยสารที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (กำหนดผู้โดยสารไว้ไม่เกิน 12 คน แต่บรรทุกผู้โดยสาร 14 คน รวมทั้งคนขับรถด้วยรวมเป็น 15 คน) จึงเป็นความผิดตามมาตรา 107 กรณีรับบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งผู้โดยสารที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง จึงต้องระวางโทษตามมาตรา 127

 

 

กรณีผู้ปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามมาตรา 107 ต้องระวางโทษไม่เกิน 5,000 บาท และกรณีนี้เป็นการขับรถที่ก่อให้อุบัติเหตุร้ายแรงจนทำให้มีบาดเจ็บ 6 คน และเสียชีวิต 9 คน จึงเห็นควรให้พักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท ชนิดที่ 2 จึงทำหนังสือแจ้งนายทะเบียนประจำจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กรณีเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถต้องใช้อุปกรณ์และส่วนควบของรถ หรืออุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ เครื่อง GPS แต่ไม่ใช้ GPS เชื่อมต่อกับศูนย์ GPS

จึงเป็นการไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 ข้อ 5 (2) (ง) และผู้ประจำรถยังไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย ตามมาตรา 102 (4) ต้องระวางโทษตามมาตรา 127 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประจำรถผู้ใดฝ่าฝีนหรือไม่ปฎิบัติตามมาตรา 102 (4) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

 

ส่วนความรับผิดในฐานะเป็นผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง กรณีผู้ประกอบการขนส่งไม่ควบคุม กำกับ ดูแลผู้ขับรถทำให้มีการบรรทุกผู้โดยสาร 14 คน เกินจำนวนที่นั่ง 12 ที่นั่ง นอกจากลงโทษเปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิดแล้ว ให้นายทะเบียนประจำจังหวัดที่พบการกระทำความผิด (นายทะเบียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร) พิจารณาสั่งระงับใช้รถ

กรณีกระทำความผิดครั้งแรก ให้สั่งระงับใช้รถเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน กรณีผู้ประกอบการขนส่งไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ. 2558 ซึ่งออกตามมาตรา 36 และต้องระวางโทษตามมาตรา 131

กรณีผู้ประกอบการขนส่งไม่ปฎิบัติตามกฎกระทรวงความมปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 ข้อ 3 (7) ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องควบคุม กำกับ ดูแลให้ผู้ขับรถใช้เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถ ได้แก่ เครื่อง GPS พบว่ารถมีเครื่อง GPS ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่เชื่อมต่อกับศูนย์ GPS จึงต้องระวางโทษปรับตามมาตรา 131 ไม่เกิน 50,000 บาท

 

 

อุบัติเหตุในครั้งนี้ร้ายแรงมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 คน เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมและตัวรถตู้คันดังกล่าวเสียหายอย่างรุนแรง ไม่สามารถนำมาใช้ทำการขนส่งได้อย่างปลอดภัย จึงอาศัยอำนาจตามข้อ 1(3) วรรคท้าย ของหนังสือกรมการขนส่งทางบกที่ คค.0408/ว.326 ลว.12 เมษายน 2560 เสนอพิจารณาเพิกถอนการจดทะเบียนรถคันดังกล่าวต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายคมวัฏ แซ่พู เป็นทั้งผู้ประกอบการขนส่งและเป็นผู้ขับรถด้วยตนเอง และได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ยังไม่สามารถสื่อสารพูดคุยได้ ดังนั้น หากนายคมวัฏทุเลาจากการบาดเจ็บสาหัสก็จะได้เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับต่อไป

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบสาเหตุ "รถตู้แรงงานเมียนมา" ชนต้นไม้ เสียชีวิต 9 คน

 

กลับขึ้นด้านบน