"เทสโก้" แจงข่าว "ลดพนักงาน 50% - ปิด 43 สาขา" ไม่เป็นความจริง

"เทสโก้" แจงข่าว "ลดพนักงาน 50% - ปิด 43 สาขา" ไม่เป็นความจริง

"เทสโก้" แจงข่าว "ลดพนักงาน 50% - ปิด 43 สาขา" ไม่เป็นความจริง

รูปข่าว : "เทสโก้" แจงข่าว "ลดพนักงาน 50% - ปิด 43 สาขา" ไม่เป็นความจริง

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มีการปรับลดจำนวนพนักงานลงทั่วประเทศ ซึ่งในสื่อโซเชียลมีเดียระบุว่าอาจมีถึงร้อยละ 30-50 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ขณะที่ห้างค้าปลีกรายใหญ่ชี้ แจงว่า การปรับลดพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างและธุรกิจใหม่

กรณีสื่อสังคมออนไลน์ รายงานว่าห้างค้าปลีกรายใหญ่มีการปรับลดพนักงานมากถึงร้อยละ 30-50 โดยถูกจ้างให้ลาออกและจ่ายเงินเดือน 10 - 17 เท่าของเงินเดือนภายในวันเดียว และมีสาขาที่ถูกปิดถึง 43 สาขานั้น

ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับเรื่องการปรับลดพนักงาน เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงไปได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

ดังนั้น จึงต้องมีการปรับโครงสร้างทีมงานให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งโครงสร้างทีมงานใหม่จะมุ่งเน้นไปที่ส่วนงานที่มีความสำคัญสำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายและโครงสร้างทีมใหม่นี้จะลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การทำงานของพนักงานง่ายขึ้น

จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องยกเลิกบางตำแหน่งงานเพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างทีมงานใหม่ บริษัทฯได้พิจารณาตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และคำนึงถึงพนักงาน โดยได้พยายามจัดทำข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ความช่วยเหลืออย่างดีแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนี้ อีกทั้งยึดหลักการปฏิบัติต่อพนักงานทุกท่านอย่างเป็นธรรม

 

 

 

สำหรับ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม ก่อตั้งขึ้นโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ.2537 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยใช้ชื่อว่า "ห้างโลตัส" เทสโก้ ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 20 ปี มีสาขา 5 รูปแบบ ได้แก่ เอ็กซ์ตร้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ตลาด และเอ็กซ์เพรส ให้บริการลูกค้าจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน ในแต่ละสัปดาห์ มีจำนวนสาขาประมาณ 1,800 แห่ง ตั้งอยู่ใน 73 จังหวัดทั่วประเทศ

ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2541-2543 เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภูมิภาคเอเชีย จนกลายเป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจในประเทศไทยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้ร้านค้าปลีกในประเทศไทยประสบปัญหาทางการเงิน และมียอดขายลดลงประมาณร้อยละ 20 - 30

จากสถานการณ์ดังกล่าวในปี พ.ศ. 2541 เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเทสโก้จากสหราชอาณาจักร อันนำไปสู่การสร้างธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ภายหลังการเผชิญวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ จากจุดเริ่มต้นนี้เองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จนกลายเป็น "เทสโก้ โลตัส" ปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีเดีย ยังรายงานว่า บริษัทดังกล่าวมีที่รายได้อันดับ 8 ของประเทศจาก 100 อันดับ บริษัทมหาชนจำกัด และ บริษัทจำกัด ในประเทศไทยที่มีรายได้สูงสุด ประจำปีงบการเงิน 2560

1.ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทมหาชน 1,621,836,444,383.00
2.ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด บริษัทจำกัด 410,611,125,984.46
3.พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัทมหาชน 388,187,755,719.00
4.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัทจำกัด 377,257,241,525.00
5.โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัทจำกัด 360,669,969,468.00
6.วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทจำกัด 345,504,187,523.71
7.ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทจำกัด 218,271,769,586.78
8.เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัทจำกัด 218,163,576,115.00
9.ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทมหาชน 214,842,141,556.00
10.มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำกัด 197,452,301,811.00
11.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำกัด 196,359,347,529.00

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน