อธิบดี ทช.ลั่นแค่ 1 ไร่ก็ไม่ยอมตัดป่าชายเลนวางท่อก๊าซแอลพีจี

อธิบดี ทช.ลั่นแค่ 1 ไร่ก็ไม่ยอมตัดป่าชายเลนวางท่อก๊าซแอลพีจี

อธิบดี ทช.ลั่นแค่ 1 ไร่ก็ไม่ยอมตัดป่าชายเลนวางท่อก๊าซแอลพีจี

รูปข่าว : อธิบดี ทช.ลั่นแค่ 1 ไร่ก็ไม่ยอมตัดป่าชายเลนวางท่อก๊าซแอลพีจี

อธิบดี ทช.ยืนยันไม่อนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม.เพื่อวางแนวท่อก๊าซแอลพีจี ในพื้นที่ ต.แหลมใหญ่ จ.สมุทรสงคราม แม้จะใช้พื้นที่ป่าเพียง 1-2 ไร่ ระบุขัดต่อกฎหมาย ขณะที่กลุ่มชาวบ้าน เชื่อไม่ได้กระทบวิถีประมง และการสัญจรทางน้ำ แต่ช่วยเศรษฐกิจ

วันนี้ (30 ต.ค.2561) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยนายพรอนันต์ เกิดทองดี และตัวแทนชาวบ้าน 150 คนในพื้นที่ ต.แหลมใหญ่ จ.สมุทรสงคราม ซึ่เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ใช้อำนาจในการยกเว้นมติ ครม.วันที่ 15 ธ.ค.2530 เพื่อให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) อนุมัติ หรืออนุญาตให้บริษัท เอ็นเอสแก๊ส แอลพีวี จำกัด สามารถใช้พื้นที่ป่าชายเลน เป็นทางผ่านสำหรับการวางท่อก๊าซปิโตรเลียมที่เข้ามาก่อสร้างคลังก๊าซในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจและอาชีพ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัท เอ็นเอสแก๊ส แอลพีจี จำกัด ก่อสร้างคลังก๊าซแอลพีจีเพื่อจำหน่ายทั่วไปในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.แหลมใหญ่ โดยได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างได้จาก อบต.แหลมใหญ่ และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 โดยผู้ประกอบการได้ก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

ติดปัญหาหลังจาก ทช.ตรวจสอบพบว่าบริเวณท่อขนส่งก๊าซและท่าเทียบเรืออยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทช. มีมติ ครม.ห้ามไว้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า แต่มีข้อยกเว้นเนื่องจาก ทช.สามารถอนุญาตได้หากเป็นการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และไสอบถามชาวบ้านแล้วไม่ได้กังวลถึงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง หรือผลกระทบจากโครงการนี้ รวมทั้งแนวร่องน้ำ เพราะท่อมีการยกสูงไม่ได้ทำให้การสัญจรของเรือมีผลกระทบใดๆ แต่ในภาพรวมจะช่วยด้านเศรษฐกิจและลดต้นทุนการส่งก๊าซ

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

 

ทช.ลั่นอนุมัติไม่ได้ขัดกฎหมาย

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวยืนยันว่าทช.คงไม่สามารถอนุมัติให้เข้าดำเนินการใช้พื้นที่ป่าชายเลนในการวางแนวท่อก๊าซ ตามที่ชาวบ้านร้องขอได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานรัฐ ที่ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย และป่าชายเลนอยู่ภายใต้มติ ครม.ไม่มีข้อยกเว้นใดที่จะอนุมัติให้เอกชนเข้าใช้พื้นที่แม้จะเป็นพื้นที่เพียงแค่ 1 หรือ 2 ไร่ก็ตาม

นายจตุพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งก่อนหน้านี้ชุดฉลามขาว ของทช. แจ้งดำเนินคดีตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 4 พื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม.หลังพบว่ามีการสร้างสะพานท่าเรือกว้าง 4.50 เมตร ยาว 145 เมตร เนื้อที่ 1.67 ไร่จึงเข้าตรวจยึดตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 ขณะนี้มีการส่งฟ้องดำเนินคดีไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการพิพากษา

สำหรับการขอยกเว้นมติ ครม. เพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนนั้น จะต้องเป็นการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง รวมทั้งมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจจะเป็นผู้เสนอเรื่องต่อครม.เพื่อพิจารณา ดังนั้นหากการดำเนินการใดๆ ที่ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น เห็นควรหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนโดยเด็ดขาด เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้คงอยู่และอุดมสมบูรณ์ต่อไป  

 

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

 

ย้อนโครงการคลังก๊าซแหลมใหญ่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2560 ทช.โดยสถานีป่าชายเลนที่ 7 สำนักงานบริหารทช.ที่ 3 นำคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการ กรณีการก่อสร้างคลังก๊าซและท่าเทียบเรือของคลังก๊าซในพื้นที่ชุมชนคลองน้อย ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงและให้ข้อคิดเห็นดังนี้

1.คณะกรรมการสิทธิฯ เห็นว่าการสร้างคลังแก๊สนี้มิได้มีการประชาคมประชาชนอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

2.องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมใหญ่ ชี้แจงว่าการอนุญาตเมื่อปี 2558  เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ครั้งที่ 2 พ.ศ.2559 พิจารณาอนุญาตต่อเนื่อง ครั้งที่ 3 แม้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ผังเมือง แต่มิได้มิข้อห้ามตามกฎหมายให้สั่งระงับการก่อสร้างได้ และการอนุญาตทั้งหมดนั้นเป็นไปตาม พรบ.ควบคุมอาคาร

3. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ แจ้งว่าได้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว

4. โยธาธิการและผังเมือง รับผิดชอบด้าน พรบ. ผังเมือง แจ้งว่าไม่มีผลย้อนหลังในการบังคับใช้การอนุญาตก่อสร้างก่อนหน้านี้

5. ที่ดินแจ้งว่าเอกสารที่ดินครบถ้วน ถูกต้อง พื้นที่มีการตรวจสอบเขตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ รังวัดหักพื้นที่ออกเป็นคลองน้อย

6.จากการหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าการอนุญาตก่อสร้างอาคารของส่วนท้องถิ่นในการสร้างคลังเก็บแก็สนั้น สามารถดำเนินการได้

7. พื้นที่สาธารณประโยชน์เว้นป่าสงวน หากประกาศเป็นพื้นที่ป่าชายเลนแล้วหากส่วนราชการต้องการใช้ประโยชน์ต้องยื่นขอผ่าน ทส เสนอ ครม. พิจารณาดำเนินการ

8. ในการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์เป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ

9.ทช.แจ้งดำเนินคดีตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 4 และพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ที่มีสะพานสร้างล้ำป่าชายเลน 145 เมตร รุกล้ำป่าชายเลน 

 

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ: นายศรีสุวรรณ จรรยา

 

กลับขึ้นด้านบน