ตั้งเป้าหน่วยงานรัฐลดขยะพลาสติก 1.1 หมื่นตันต่อปี

ตั้งเป้าหน่วยงานรัฐลดขยะพลาสติก 1.1 หมื่นตันต่อปี

ตั้งเป้าหน่วยงานรัฐลดขยะพลาสติก 1.1 หมื่นตันต่อปี

รูปข่าว : ตั้งเป้าหน่วยงานรัฐลดขยะพลาสติก 1.1 หมื่นตันต่อปี

กรมควบคุมมลพิษจัดฝึกอบรมข้าราชการในการดำเนินงานลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ตั้งเป้าลดขยะพลาสติกในหน่วยงานภาครัฐ 11,225 ตันต่อปี

การรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก ขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ปัญหาขยะจากพลาสติกส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลอย่างรุนแรง โดยสถิติจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าใน 1 ปี ประเทศไทยมีการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วมากถึง 45,000 ล้านใบ โฟมบรรจุอาหาร 6,758 ล้านใบ รวมถึงแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 9,750 ล้านใบ

นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า มาตรการลดและคัดแยกขยะในหน่วยงานภาครัฐ เป็น 1 ใน 5 กิจกรรมภายใต้โครงการ "ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม" ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกกำหนดเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เป็นต้นไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือข้าราชการ 2.53 ล้านคน ทั้งนี้ได้กำหนดฝึกอบรมการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ โดยครั้งแรกเป็นหน่วยงานกลางระดับกรม จำนวน 152 แห่ง ภายใต้ 20 กระทรวงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานในหน่วยงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะอบรมให้กับหน่วยงานระดับจังหวัดต่อไป

 

โดยตั้งเป้าคัดแยกขยะมูลฝอยในอาคารสำนักงาน ร้อยละ 100 และดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดการลดขยะมูลฝอยของหน่วยงานภาครัฐ ลดลงร้อยละ 5 ต่อปี คิดเป็น 11,225 ตันต่อปี ปริมาณพลาสติกถุงหูหิ้ว ลดลง 4,000 ล้านใบต่อปี ปริมาณโฟมบรรจุอาหาร ลดลง 1,000 ล้านชิ้นต่อปี และปริมาณแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ลดลง 30 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะทำให้หน่วยงานภาครัฐประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยได้ 17 ล้านบาทต่อปี และยังมีปริมาณขยะรีไซเคิลที่คัดแยกได้ ก่อให้เกิดรายได้ 56 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ โครงการ "ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม" ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 ประกอบด้วย 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.มาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ, 2.ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก, 3.การลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ, 4.การลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่สวนสัตว์ 8 แห่ง และ 5.การจัดการขยะบกสู่ขยะทะเลในพื้นที่ 24 จังหวัดชายทะเล

 

ด้านกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พัฒนาแอปพลิเคชัน "แอปเดียวเขียวทั่วไทย (Green-card Application)" เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก และเป็นช่องทางในการส่งเสริมและเป็นแหล่งข้อมูลค้นหาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชันติดในรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก อย่างละ 100 คัน เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ส.ค.2561 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ได้ประกาศห้ามนำโฟมเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศอย่างเด็ดขาด พร้อมรณรงค์ลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เข้าไปในเขตในอุทยานแห่งชาติ เช่น ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด รวมถึงช้อนและส้อมที่ทำจากพลาสติก โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ผู้ประกอบการใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารให้นักท่องเที่ยวรับประทานในเขตอุทยานฯ เป็นต้น

 

กลับขึ้นด้านบน