ศาลอุทธรณ์สั่ง "บังฟัต" กับพวกร่วมชดใช้คดีฆ่ายกครัว จ.กระบี่

ศาลอุทธรณ์สั่ง "บังฟัต" กับพวกร่วมชดใช้คดีฆ่ายกครัว จ.กระบี่

ศาลอุทธรณ์สั่ง "บังฟัต" กับพวกร่วมชดใช้คดีฆ่ายกครัว จ.กระบี่

รูปข่าว : ศาลอุทธรณ์สั่ง "บังฟัต" กับพวกร่วมชดใช้คดีฆ่ายกครัว จ.กระบี่

ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา คดีฆ่ายกครัวรวม 8 คน ใน จ.กระบี่ เมื่อปี 2560 ให้จำเลยทั้ง 8 คน ร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย หลังศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยที่ 7 และ 8 ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย

ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา คดีฆ่ายกครัวรวม 8 คน ใน จ.กระบี่ เมื่อปี 2560 ให้จำเลยทั้ง 8 คน ร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย หลังศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยที่ 7 และ 8 ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย

วานนี้ ( 7 พ.ย.61) ความคืบหน้าคดีสังหาร นายวรยุทธ สังหลัง หรือ ผู้ใหญ่บัติ อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัว และญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักนายวรยุทธ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2560 ล่าสุด ศาลจังหวัดกระบี่ นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ในกรณีที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำตัดสินว่าศาลจะรับอุทธรณ์หรือไม่ กรณีที่โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แก้เป็นให้จำเลยที่ 7 และที่ 8 ร่วมรับผิด และขอให้จำเลยที่ 8 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย

คดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2561 สั่งประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 คือ 1.นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายประจักษ์ บุญทอย อายุ 36 ปี 3.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ 4.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ อายุ 30 ปี 5.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย)อายุ 37 ปี 6.นายอรุณ ทองคำ อายุ 29 ปี ส่วนจำเลยที่ 7.นายธนชัย จำนอง อายุ 41 ปี จำคุก 1 ปี 9 เดือน และ 8.น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี จำคุก 12 เดือน

โดยในส่วนคดีแพ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 - 6 ร่วมกันชำระเงินแก่ผู้ร้องที่ 2 - 8 รวมเป็นเงิน กว่า 7,500,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 7 - 8 คือนายธวัฒชัย บุญคง พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาซ่องโจร กับแต่งกายเลียนแบบทหาร และ น.ส.ชลิดา สังข์โชติ ตัดสินจำคุก 12 เดือน ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบทหาร ส่วนในคดีแพ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 - 6 ร่วมกันชำระเงินแก่ผู้ร้องรวม 7,500,000 บาท

ศาลมีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 เพียงแต่ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 -7 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องที่ 2 - 8 ย่อมอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 วรรค 2 เท่านั้น

เมื่อผู้ร้องที่ 2 -8 มิได้ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ผู้ร้องที่ 2 - 8 ย่อมไม่มีฐานะเป็นคู่ความอันจะมีสิทธิ์อุทธรณ์ในคดีส่วนอาญา ได้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 8 ในคดีส่วนอาญาชอบแล้วยกคำร้องให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการในคดีส่วนแพ่งต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน