สยบข่าวดราม่า รพ.กุมภวาปี ชี้แจง "ทิ้ง" คนป่วยหน้าวัด

สยบข่าวดราม่า รพ.กุมภวาปี ชี้แจง "ทิ้ง" คนป่วยหน้าวัด

สยบข่าวดราม่า รพ.กุมภวาปี ชี้แจง "ทิ้ง" คนป่วยหน้าวัด

รูปข่าว : สยบข่าวดราม่า รพ.กุมภวาปี ชี้แจง "ทิ้ง" คนป่วยหน้าวัด

โรงพยาบาลกุมภวาปี จ.อุดรธานี ชี้แจงแล้วกรณีโซเชียลเผยแพร่ข่าวทิ้งผู้ป่วยไร้ญาติหน้าวัด ระบุยืนยันรักษาผู้ป่วยจากอุบัติเหตุรถชนปอดแตกจนหาย พร้อมให้กลับบ้าน แต่เป็นคนเร่ร่อนไม่มีบ้าน อยู่ในขั้นตอนประสานศูนย์คนไร้ที่พึ่งมารับตัว 12 พ.ย.นี้

วันนี้ (11 พ.ย.2561) กรณีมีข่าวว่าทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งนำผู้ป่วยไปทิ้งไว้ที่หน้าวัดศรีนคราคม ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี ล่าสุดทางโรงพยาบาลกมภวาปี ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลแล้ว  โดยระบุว่า สื่อไม่ได้ไม่มีการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลก่อน ส่งผลให้โรงพยา บาลเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก 

ทางโรงพยาบาล ขอชี้แจงรายละเอียดว่า ผู้ป่วยเป็นชายไทยอายุ 33 ปี ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ โดยผู้ป่วยรายนี้ เป็นผู้ป่วยเร่ร่อนอาศัยอยู่โรงหนังเก่า และนอนแถวหน้า ธนาคารกรุงเทพ อ.กุมภวาปี มาหลายปีแล้ว

ต่อมาผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุรถชน จนปอดแตก ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด จนอาการดีขึ้น ทางโรงพยาบาล จึงไปรับมารักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลกุมภวาปี จนผู้ป่วยหายดี แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 

แต่เนื่องจากผู้ป่วยเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา และผู้ป่วยมีอาการทางจิตประสาทเล็กน้อย ทางศูนย์จึงจะออกมาประเมินอาการผู้ป่วยในวันจันทร์ที่ 12 พ.ย.นี้ เพราะหากเป็นโรคทางจิตเวช ทางศูนย์ฯ จะไม่สามารถรับไปดูแลต่อได้

หลังออกจากตึก เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีที่อยู่ทางโรงพยาบาล จึงให้ผู้ป่วยไปนอนพักที่เรือนพักญาติก่อน แต่ผู้ป่วยบอกว่ารู้สึกอึดอัด ไปไหนก็ไม่สะดวก จึงขอให้ทางโรงพยาบาลไปส่งไว้ที่โรงหนังเก่า หรือแถว 7-11 หน้าตลาดได้หรือไม่

ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกรงว่าถ้าไปอยู่โรงหนังเก่า ซึ่งเป็นโรงหนังร้าง จะไม่มีอาหารให้กิน จึงได้พูดคุยตกลงกับผู้ป่วยว่าขอให้ไปอยู่วัด รอเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่จะมาในวันที่ 12 พ.ย.นี้และผู้ป่วยไม่มีผ้าห่มทางโรงพยาบาล จึงให้ผ้าคลุมเตียงที่ติดไปกับรถพยาบาลให้กับผู้ป่วยเพื่อคลุมกันหนาวไว้ก่อน  ทำให้เป็นเหตุเข้าใจผิด ตามที่มีการแชร์ในโลกโซเซียล  และขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้นำผู้ป่วยมาดูแลต่อให้ เพื่อรอศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งมาประเมินต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน