สำนวนคดี "ปลัดหมีขอ" คืบหน้า 90% เตรียมส่งอัยการฟ้อง

สำนวนคดี "ปลัดหมีขอ" คืบหน้า 90% เตรียมส่งอัยการฟ้อง

สำนวนคดี "ปลัดหมีขอ" คืบหน้า 90% เตรียมส่งอัยการฟ้อง

รูปข่าว : สำนวนคดี "ปลัดหมีขอ" คืบหน้า 90% เตรียมส่งอัยการฟ้อง

รอง ผบช.ภาค 7 ประชุมเร่งรัดคดีปลัดหมีขอ เผยรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนให้อัยการคืบหน้าแล้ว 90% ส่วนผลตรวจสอบฟันกราม ชิ้นเนื้อที่เก็บจากที่เกิดเหตุยืนยันเป็น "หมีขอ" แต่ยังรอพิสูจน์เพิ่มอีก 2 สัปดาห์ว่าเป็นหมีตัวเดียวกันหรือไม่

วันนี้ (12 พ.ย.2561) พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจ (รรท. รองผบช.ภ.7) เดินทางมาประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวกรวม 12 คน เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการในคดีดังกล่าว ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า การประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อเร่งรัดในการสอบสวนคดีนี้ให้เสร็จสิ้น ภายในฝากขังผัดที่ 4 ซึ่งจะครบภายในปลายเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา สำหรับกรณีที่นำหลักฐานไปตรวจ DNA หมีขอ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรอผลตรวจของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานได้แล้วประมาณ 90% เพื่อสำนวนส่งให้กับอัยการ ในการสั่งฟ้องคดี 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งรัดเรื่องผลตรวจของจากกรมอุทยานฯ ในส่วนรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเราได้สอบปากคำทุกหน่วยงานแล้ว

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ผลตรวจซากฟันกราม-ชิ้นเนื้อดีเอ็นเอหมีขอ

สำหรับความคืบหน้าในการตรวจพิสูจน์ซากสัตว์ป่าที่ส่งให้หน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ตรวจสอบ ขณะนี้ผลการตรวจสอบพบว่า ในส่วนฟันกราม อุ้งตีนหมี กระดูก ชิ้นเนื้อ ดีเอ็นเอ ที่ได้บนโขดหินทราบแล้วว่าเป็นของหมีขอ แต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นของหมีขอตัวเดียวกันหรือไม่ ส่วนการพิสูจน์ มีด เขียง ไม่พบดีเอ็นเอหมีขอ

ส่วนการพิสูจน์ไฟฉาย และกระป๋องเบียร์ พบ DNA ของคน ส่วนการพิสูจน์ว่าเป็นดีเอ็นเอของใครให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของตำรวจ ที่จะตรวจสอบเทียบ สำหรับระยะเวลากว่าจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ คาดว่าต้องรอเวลาอีกประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อตรวจสอบว่าเป็น DNA หมีขอตัวเดียวกันหรือไม่

สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้จับกุมตัว นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวกรวม 12 คน เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายตาต้า ชาวเมียนมา ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ มือยิงหมีขอ ได้เพิ่มอีก 1 คน ซึ่งซัดทอดว่านายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และนายสกานต์ แก่งหลวง เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย เป็นผู้สั่งการให้ยิง

 

 อ่านข่าวเพิ่มเติม

"พักราชการ" ปลัดอำเภอล่าหมีขอ

ตร.-ตรวจจุดเกิดเหตุ "ล่าหมีขอ" เก็บหลักฐานเพิ่ม

นิติวิทยาศาสตร์พร้อมพิสูจน์ดีเอ็นเอ "ซากหมีขอ" 1 เดือนรู้ผล

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน