ปิดบัญชี "รพ.พระราม 2" ไม่มีหมอ-จ่อถูกพักใบอนุญาต

ปิดบัญชี "รพ.พระราม 2" ไม่มีหมอ-จ่อถูกพักใบอนุญาต

ปิดบัญชี "รพ.พระราม 2" ไม่มีหมอ-จ่อถูกพักใบอนุญาต

รูปข่าว : ปิดบัญชี "รพ.พระราม 2" ไม่มีหมอ-จ่อถูกพักใบอนุญาต

"อัจฉริยะ" งัดหลักฐานชัดกล้องวงจรปิด-คำสารภาพของเวรเปล รพ.พระราม 2 ยืนยันไม่มีหมอในคืนเกิดเหตุในคืนที่น.ส.ช่อลัดดา เข้ารักษาตัวหลังถูกกรดซัลฟิวริก สาดจากหน้าอก ใบหน้า แต่น้ำกรดเข้าจมูกลงไปถึงปอด ทำให้มีเลือดไหลลงปอด 2,200 ซีซี จนเสียชีวิต

กรณีน.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน ถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้าเพราะความหึงหวง และภายหลังได้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางมด เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.2561) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กความยาว 53 นาที โดยใช้ข้อความว่า "ปิดบัญชีโรงพยาบาลพระราม 2"

โดยระบุว่า โรงพยาบาลพระราม 2 ซึ่งเป็นสถานพยาบาลแห่งแรก ที่น.ส.ช่อลัดดา เข้ารักษาตัวไม่ได้มีการประสานไปยังโรงพยาบาลบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่ผู้เสียชีวิตมีสิทธิประกันสังคมอยู่และในขณะเกิดเหตุ สภาพที่ไปถึงหน้าตาบิดเบี้ยวไปครึ่งซีก แม้แต่ปากยังบิดเบี้ยวแล้ว เพราะถูกน้ำกรดซัลฟิวริกกัดอย่างรุนแรง ซีกที่มีปัญหาตายังปิด แต่ที่สำคัญไม่มีการทายาสีฟันตามที่คนกล่าวอ้างว่ามีคราบยาสีฟัน 

น.ส.ช่อลัดดา ถูกน้ำกรดซัลฟิวริกสาดที่บริเวณหน้าอก จนถึงศรีษะ และมีน้ำกรดเข้าในรูจมูก 2 ข้างทำให้น้ำกรดเข้าสู่หลอดลม และทะลุลงไปในปอด น้ำกรดกัดลงไป ซึ่งผลชันสูตรศพ โรงพยาบาลศิริราชผลระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เพราะปอดถูกกกัดกินจนทะลุ เลือดออกมาเยอะมากทำให้ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ซึ่งโรงพยาบาลบางมดที่รักษาแห่งที่ 2 พบว่ามีเลือดออกถึง 2,200 ซีซี

เป็นเรื่องจริงที่โรงพยาบาลพระราม 2 ไม่มีหมอ และรักษาด้วยการพันผ้าที่ใบหน้า หน้าอกแขน เป็นการรักษาโดยพยาบาล ไม่ได้มีการวินิจฉัยจากหมอ ซึ่งเวรเปล ในคืนนั้นยอมรับกับทางชมรมฯ ว่าไม่มีหมออยู่ ตามที่อ้างว่าอยู่ในห้องน้ำ 

และถ้ามีหมอรับรองว่า น.ส.ช่อลัดดา ก็น่าจะอยู่ได้ ถ้าเขาวินัจฉัยทัน เพราะในโรงพยาบาลแรกตอนนั้นปอดยังไม่ทะลุจนมีเลือดออกมาก 2,200 ซีซี รวมทั้งยังพบว่าไม่มีการประสานไปที่โรงพยาบาลบางมด และไม่นำรถโรงพยาบาลที่จอดหน้าโรงพยาบาลไปส่งผู้ป่วย แต่ไปเรียกแท็กซี่มารับ 

 

เดินหน้าเอาผิด-ลุยตรวจสอบอาคารไม่ได้มาตรฐาน 

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นนอกจากจะแจ้งความเอาผิดมาตรา 34 และ 35 ตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล ยังจะแจ้งความคดีอาญากับผู้บริหาร ที่ปรึกษา และแพทย์ของโรงพยาบาลพระราม 2 เพราะไม่มีแพทย์ตลอดเวลาในระหว่างทำการของโรงพยาบาล จนทำให้ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการช่วยเหลือรักษา และปฏิเสธการรักษา เข้าข่ายเป็นการกระทำประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิต

และวันนี้(14 พ.ย.) จะไปยื่นหนังสือกับผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และผู้อำนวยการเขตบางบอน ขอให้ตรวจสอบอาคาร โรงพยาบาลพระราม 2 และอาคารในเครือ ซึ่งจะร้องขอให้มีการตรวจสอบใบอนุญาต ร.1 ที่สำคัญจะไปตรวจเรื่องการอนุญาตก่อสร้างว่าตรงกับแบบหรือไม่ และระบบอัคคีภัยตรงตามแบบหรือไม่

 

 

ปากคำแท็กซี่ ไม่เจอหมอ-ชี้อาการหนัก 

ในการไลฟ์ครั้งนี้ นายสิทธิชัย แท็กซี่พลเมืองดีคันแรกที่รับ น.ส.ช่อลัดดา ไปส่งโรงพยาบาลพระราม 2 เล่าว่า วันนั้นประมาณ ตี 5 สภาพของน.ส.ช่อลดา ปวดแสบร้อนที่หน้า และขอให้ไปส่งที่โรงพยาบาลบางมด และร้องมาตลอดทาง เขาเห็นอาการแล้วจึงนำไปส่งโรงพยาบาลใกล้ที่สุดน่าจะปลอดภัยกว่าคือ โรงพยาบาลพระราม 2 แต่พอไปถึงไม่มีใคร ทั้งรปภ. เวรเปล คนไข้ไม่เจอใคร ลูกสาววิ่งไปด้านหลัง มีคนหนึ่งอยู่ที่ศูนย์อาหาร

นายสิทธิชัย บอกว่า จากนั้นจึงดับเครื่องและตามไปไม่เจอใครสักคนที่โรงพยาบาล และเดินหาจนมีประชาสัมพันธ์ หรือแม่บ้าน ออกมาถามว่ามาหาใคร แต่เขาบอกว่าไม่มีใครเข้ามา มากี่โมง เลยบอกว่ามาหาน้องที่เข้ามาห้องฉุกเฉิน

ก็ยังแปลกใจว่าคนป่วยวิ่งเข้ามาต้องเห็น คนวิ่งเข้าไปต้องผ่านหน้าเค้าท์เตอร์ จากนั้นเขาถึงรู้ว่ามีคนวิ่งเข้ามา และเขาบอกให้ไปยื่นบัตร และผมก็เข้าไปห้องฉุกเฉิน ว่าพี่กลับแล้วนะ และคำสุดท้ายช่อลัดดา คุยกับผมว่า ขอบคุณค่ะพี่

 


ผมแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่เห็นคนที่วิ่งเข้ามา และคนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นผู้ชายล้วน เป็นเวรเปล และมีผู้หญิง 2 คนที่ถามผมว่ามาหาใคร เป็นแม่บ้าน 1 คน และเป็นประชาสัมพันธ์ 1 คน เวลานั้นไม่มีหมอ เพราะหมอต้องใส่ชุดขาว ไม่มีแน่นอน

ทั้งนี้ยืนยันว่าสภาพของน.ส.ช่อลัดดา ที่ไปถึงห้องฉุกเฉินเขาขึ้นไป ร้องปวดแสบปวดร้อน ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าโดนอะไรมา เพราะคิดว่าโดนน้ำร้อนมา เพราะเขาโดนตอนนอนหลับ ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าโดนอะไร อาการปวดแสบปวดร้อน เขาคงคิดว่าน้ำร้อน แต่ผลลัพธ์น้ำกรด กับน้ำร้อนมันต่างกัน ถ้าน้ำร้อนปวดแสบปวดร้อน และถึงจะเป็นน้ำกรด ก็คงไม่ถึงตาย ถ้ามีหมอถ้าวินิจฉัยได้ว่าเป็นน้ำกรด แต่นี่ไปแล้วไม่มีหมออยู่เลย

พบผิดมาตรฐานถึงขั้นพักใช้-เพิกถอนใบอนุญาต


ด้านนพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีไม่รับรักษาผู้ป่วยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ลงไปสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ข้อสรุปว่า มีการกระทำผิดบางเรื่อง ที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง คาดว่าน่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวนสน.ท่าข้าม ดำเนินคดีต่อไป

ส่วนเรื่องของมาตรฐานสถานพยาบาลขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุด ลงไปสอบสวนอยู่ว่า สถานพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะดูทั้งเรื่องของเครื่องมือ เรื่องการส่งต่อต่าง ๆ หากพบว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  สบส.ต้องสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากไม่แก้ไขก็จะลงโทษ เช่น พักใช้ใบอนุญาต จนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาล



ด้านประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลบางมด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ชี้แจงถึงอาการของ น.ส.ช่อลัดดา ขณะที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมกับชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ส่งไปยังสำนักงานประกันสังคมไปแล้ว ซึ่งจะต้องรอให้สำนักงานประกันสังคมพิจารณาและเปิดเผยคำแถลงการณ์ให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน

เนื่องจากมีสื่อหลายสำนักที่เดินทางเข้ามาสอบถามจำนวนมาก จึงอยากให้รอคำแถลงการณ์ของทางสำนักงานประกันสังคม ทางโรงพยาบาลบางมด จะไม่แถลงข่าว เนื่องจากเกรงว่า จะมีผลกระทบต่อโรงพยาบาลพระราม 2 โดยยืนยันว่า ทางโรงพยาบาลบางมดได้พยายามช่วยผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ 

สำหรับศพของ น.ส.ช่อลัดดาญาติได้ตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่บ้านเกิดในจ.ขอนแก่น โดยจะมีพิธีฌาปนกิจในวันนี้ ซึ่งบุตรสาวจะร้องเพลงหน้าหีบศพแม่เป็นครั้งสุดท้ายด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก "ซัลฟิวริก" กรดพิษถึงตาย

"อัจฉริยะ" บุก สธ.ร้องเอาผิดรพ.ปฏิเสธรักษาคนไข้ถูกสาดน้ำกรด

 

 

กลับขึ้นด้านบน