เฉลย! แต่ง "สเกิร์ต" รอบคัน ควันพิษไหลเข้ารถทำครอบครัวหมดสติ

เฉลย! แต่ง "สเกิร์ต" รอบคัน ควันพิษไหลเข้ารถทำครอบครัวหมดสติ

เฉลย! แต่ง "สเกิร์ต" รอบคัน ควันพิษไหลเข้ารถทำครอบครัวหมดสติ

รูปข่าว : เฉลย! แต่ง "สเกิร์ต" รอบคัน ควันพิษไหลเข้ารถทำครอบครัวหมดสติ

วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ เฉลยเหตุครอบครัวหมดสติในรถยนต์ข้างทางด่วนบูรพาวิถี พบเกิดจากการตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทำให้ควันจากท่อไอเสียลอยเข้าไปสะสมในตัวรถปริมาณมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ตำรวจสายตรวจทางด่วนได้ช่วยเหลือนำตัว สามี-ภรรยา และบุตรสาว ที่จอดรถหมดสติบนทางด่วนบูรพาวิถี ขาเข้า จ.ชลบุรี นำส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ในกระแสเลือดเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด วานนี้ (13 พ.ย.2561) พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานวิศวกรรมเครื่องกลชำนาญการพิเศษ สำนักงานวิศวกรรมยานยนต์ กรมขนส่งทางบก ตรวจสอบรถยนต์นิสสัน สีขาว ทะเบียน 2 กก 7720 กรุงเทพมหานคร ที่พ่อแม่ลูกหมดสติอยู่ภายใน ด้วยการนำเครื่องมือวัดค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มาตรวจวัดที่บริเวณรอบรถด้านนอก

นายทวี  เมธีศุภภัค วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า พบรถคันดังกล่าวมีการตกแต่งเสริมสเกิร์ตรถรอบคัน แต่จุดที่เป็นอันตรายอยู่ที่ชุดสเกิร์ตหลัง เนื่องจากติดบริเวณด้านล่างติดกับท่อไอเสีย ส่งผลให้ตวันจากท่อไอเสียไม่มีทางระบายออกจากตัวรถ จึงทำให้ไอเสียหรือก๊าซคาบอนมอนอกไซด์ ลอยเข้าจากรอยต่อขอบยางที่ฝากระโปรงหลังรถ เข้าภายในตัวรถและสะสมเป็นจำนวนมากทำให้คนในรถหมดสติ

เบื้องต้น คาดว่าในขณะที่มีการดัดแปลงตัวรถเพื่อติดตั้งสเกิร์ตกันชนใหม่ ผู้ที่ทำการติดตั้งลืมปิดหรืออุดเม็ดกระดุมกลับไปไว้ในจุดเดิม จึงทำให้ไอเสียที่หมุนวนอยู่ใต้ท้องรถลอดผ่านเข้ามาทางช่องในห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างตัวรถ และฝากระโปรงหลังซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้กับปลายปากท่อไอเสีย นอกจากนี้ตัวกันชนท้ายที่ทำจากไฟเบอร์เป็นสเกิร์ตคลุมปลายท่อไอเสีย ยังมีร่องรอยการถูกความร้อนจนแตกร้าวให้เห็นด้วย

ด้าน ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสารวัตรเวรสอบสวน เปิดเผยว่า หลังมีการตรวจสอบยืนยันถึงสาเหตุที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่วิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบกแล้ว เรื่องคดียังต้องรอผลจากการตรวจสอบเครื่องดื่มอีก 2 ชนิดที่พบในรถว่ามีสารพิษหรือไม่ จึงจะยุติการสอบสวน เนื่องจากไม่มีคดีอาญาเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และไม่มีผู้เสียหาย รวมทั้งไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร 

ทั้งนี้ ผู้ใช้รถหลายคนไม่คิดว่าชุดแต่งรถเป็นภัยใกล้ตัว จึงฝากเตือนไปยังผู้ที่ชอบแต่งรถเสริมสเกิร์ตรอบคัน ควรตรวจสอบว่า ชุดแต่งนั้นปิดบังท่อไอเสียหรือไม่ และควันจากท่อไอเสียเข้าไปในรถได้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่เตรียมนำผลตรวจรถไปประกอบสำนวนเพื่อสรุปคดีต่อไป

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน