ผลวิจัยยัน "มวยเด็ก" กระทบสมอง แพทย์หนุนแก้ร่าง พ.ร.บ.มวย

ผลวิจัยยัน "มวยเด็ก" กระทบสมอง แพทย์หนุนแก้ร่าง พ.ร.บ.มวย

ผลวิจัยยัน "มวยเด็ก" กระทบสมอง แพทย์หนุนแก้ร่าง พ.ร.บ.มวย

รูปข่าว : ผลวิจัยยัน "มวยเด็ก" กระทบสมอง แพทย์หนุนแก้ร่าง พ.ร.บ.มวย

หลังเกิดเหตุการณ์นักมวยเด็กอายุ 13 ปีขึ้นชกบนเวทีมวยชั่วคราวใน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และถูกคู่แข่งชกจนน็อกหมดสติ กระทั่งไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของคณะแพทย์ออกมาคัดค้านการชกมวยในเด็ก พร้อมเปิดงานวิจัยให้เห็นผลกระทบต่อสมอง

วันนี้ (14 พ.ย.61) รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ปัญหานักมวยเด็กไทยต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในการแก้ไข

ผลงานวิจัยสมองของนักมวยเด็กจากโครงการวิจัยและติดตามกลุ่มนักมวยเด็ก ที่ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า การชกมวยในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีผลต่อสมองของเด็ก คือ มีเลือดออกในสมองจากการถูกชกหัว ทำให้มีธาตุเหล็กสะสม ซึ่งเป็นสารพิษต่อเนื้อสมอง, เซลล์สมองและใยประสาทฉีกขาดและถูกทำลาย ทำให้สมองไม่สามารถสั่งการได้ตามปกติ, การทำงานของสมองด้านความจำลดลง อาจนำไปสู่อาการบกพร่องทางปัญญา หรือภาวะสมองเสื่อมได้, ระดับสติปัญญา (IQ) ของเด็กที่ชกมวยน้อยกว่าของเด็กทั่วไป และยังลดลงอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาในการชก ขณะที่ผลการบาดเจ็บของสมองนักมวยเด็กส่งผลต่อการศึกษาและการดำรงชีวิตของเด็กในอนาคต

นพ.อดิศักดิ์ ยังระบุว่าปัจจุบันการชกมวยเด็กเป็นลักษณะมวยอาชีพ คือได้รับค่าตอบแทน เป็นการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งมีการระบุในระดับสากลโดยกระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกาว่า มวยเด็กเป็นการทารุณกรรม หรือเป็นการใช้แรงงานเด็กในขั้นเลวร้ายที่สุด

แพทย์นักวิชาการและเครือข่ายคุ้มครองเด็ก จึงขอให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งรัฐบาลไทย สนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ.กีฬามวย 2542 ตามเสนอของ พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ และคณะ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ร่างจากผลวิจัยที่ทำมานานหลายปี เพื่อปกป้องสมองเด็กและส่งเสริมมวยไทยให้เป็นวัฒนธรรมที่สวยงามและเป็นกีฬาสำหรับเด็กทุกวัยอย่างแท้จริง

ขณะที่นายทวี อัมพรมหา หรือขาวผ่อง เลขาธิการสมาคมกีฬามวยไทยนายขนมต้ม และอดีตเหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิคเกมส์ 1984 กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ “เพชรมงคล ป.พีณภัทร” นักมวยเด็ก อายุ 13 ปี เสียชีวิต ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต้องมองถึงปัจจัยในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นกรรมการผู้ทำหน้าที่บนเวทีทันต่อเกมหรือไม่ มีแพทย์สนามข้างเวทีที่ดีหรือไม่ และเวทีถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ รวมไปถึงการจัดประกบคู่มวย 

ส่วนการชกมวยนั้นต้องกระทบกระทั่งกันอยู่แล้ว ยอดมวยไทยทุกคนไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน ร้อยละ 99 จะชกมวยครั้งแรกอายุต่ำกว่า 10 ขวบ และ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 ที่ใช้อยู่นั้นดีอยู่แล้ว แต่ต้องเน้นการป้องกันให้มากขึ้น เดิมมีกฎการป้องกันตัวดีอยู่แล้ว แต่ไปแหกกฎ กติกา อย่างมวยเด็กโข่ง คือมวยที่ถูกจำกัดน้ำหนักให้ต่อยอยู่แต่ในพิกัดเท่านั้น ไม่ยอมให้ขึ้นชกตามวัยที่เติบโต เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ยกตัวอย่างมวยอายุ 15 ปี ก็ยังบังคับให้เด็กชกในน้ำหนัก 30 กก.เช่นเดิม เป็นอันตรายต่อเด็กอย่างมากและก็ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเด็กที่ไม่สมบูรณ์เมื่อขึ้นชก

 

กลับขึ้นด้านบน