ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินคนพิการกาฬสินธุ์ พรุ่งนี้

ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินคนพิการกาฬสินธุ์ พรุ่งนี้

ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินคนพิการกาฬสินธุ์ พรุ่งนี้

รูปข่าว : ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตเงินคนพิการกาฬสินธุ์ พรุ่งนี้

ป.ป.ท.เตรียมลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบทุจริตคนพิการ พรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการการสังคมฯ ย้ำช่องโหว่เกิดจากพฤติกรรมผู้ประกอบการที่หาทางเลี่ยงจ่ายเงินเข้ากองทุนฯ พร้อมเรียกร้องคนพิการอย่ายอมให้มีการทุจริต

วันนี้ (14 พ.ย.61) นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ยอมรับว่า มีการทุจริตค่าแรงคนพิการ และเห็นด้วยกับการที่คนพิการออกมาเปิดโปงข้อมูลการทุจริต เพราะทำให้มองเห็นปัญหาและช่องโหว่ในการละเมิดสิทธิ ปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากที่จะต้องกระจายไปยังคนพิการ จึงทำให้มีช่องโหว่ในการทุจริตมารับเงินแทนคนพิการได้ เช่น กรณีที่มีการบังคับให้สถานประกอบการจ่ายเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หากไม่ดำเนินการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และมาตรา 35 หากจะจ่ายเงินเข้ากองทุนก็จะต้องจ่ายเต็มจำนวน 9,125 บาท ทำให้สถานประกอบการหลีกเลี่ยงจ่ายเงินด้วยนำสิทธิคนพิการ แต่อาจจะมีการตกลงกับคนพิการจะขอจ่ายค่าแรงเพียง 3,000 บาทเท่านั้น

 

 

ยอมรับว่ามีปัญหาจริง รูปแบบการทุจริตนี้จะเป็นการยินยอมของพิการเอง ไม่คิดว่าเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย แต่มันเป็นพฤติกรรมของคนที่หาทางเลี่ยง ใช้วิธีรับแต่ชื่อแต่ให้เงินไปบางส่วน คนพิการก็ต้องมีจิตสำนึกเหมือนกัน

 

ขณะที่นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ ระบุว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพชีวิตและคนพิการนั้นดีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย จึงทำให้มีการทุจริตจำนวนมาก รวมทั้งพบว่าสถานประกอบการจ่ายเงินไม่ครบตามสิทธิ์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับเป็นฝ่ายไม่บังคับใช้กฎหมายและเลือกประโยชน์ให้สถานประกอบการกระทำความผิด เช่น กรณี จ.กาฬสินธุ์ ที่พบว่าผู้ดูแลคนพิการทางสติปัญญาถูกเจ้าหน้าที่รัฐบังคับให้เซ็นยินยอมในสัญญารับข้อตกลงเงินเพียง 2,000-4,000 บาทต่อเดือน

 

ป.ป.ท.ลงตรวจสอบทุจริตเงินคนพิการ จ.กาฬสินธุ์

ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบทุจริตเงินค่าแรงคนพิการ พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะลงพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ วันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) หลังจากมีผู้ดูแลคนพิการทางสติปัญญา โครงการช่วยเหลืออื่นใด มาตรา 35 ร้องเรียนเข้ามาว่าถูกโกงค่าแรงชมรมคนพิการทางสติปัญญา ยึดบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชี ทำให้ไม่ได้รับค่าแรงตามจริงที่ 9,125 บาท ขณะนี้ ป.ป.ท.ได้รับเรื่องร้องเรียนใน จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 8 คน แต่พบพฤติการณ์ทุจริต ไม่ได้รับเงินและก่อนเซ็นสัญญาไม่รู้ว่าจะได้รับค่าแรงเท่าใด

 

 

พก.ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการทุจริต

นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ชี้แจงประเด็นความคืบหน้ากรณีการทุจริตเงินคนพิการ ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวกรณีทุจริตค่าแรงคนพิการและผู้ดูแลคนพิการในหลายจังหวัด เช่น จ.สมุทรสาคร จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา และ จ.กาฬสินธุ์ โดยเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่องใน 4 ประเด็น ได้แก่ ร้องเรียนผู้ปกครองคนพิการที่ได้รับสิทธิจ้างเหมาบริการ ตามมาตรา 35 รวมทั้งร้องเรียนกองทุนคนพิการต่างๆ ผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) จำนวน 15 จังหวัด โดยจะดำเนินการส่งฟ้องศาลใน 3 จังหวัดแรก คือ กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาคร ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด พร้อมขอความร่วมมือตรวจสอบการรับสิทธิตามมาตรา 35 โดย พก.ได้ติดตามรายงานอย่างใกล้ชิด และรับรายงานกลับมาแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ และ จ.กาฬสินธุ์ ส่วนในเขตกรุงเทพฯ พก.ได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องตามข้อร้องเรียนไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนอื่นก่อน พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว

นางธนาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมตรวจสอบและพิจารณากรณีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ในกรณีดังกล่าว พก.ได้ให้ความร่วมมือโดยเร่งรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งให้ ป.ป.ท. และ สตง.ตรวจสอบต่อไป ส่วนปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดในระยะ 2 - 3 ปีที่ผ่านมา อ้างว่าทำให้เกิดความเสียหายปีละ 1,500 ล้านบาท และคาดว่ามีการทำเป็นขบวนการ

ทั้งนี้ พก.ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลความเสียหายดังกล่าวด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนพิการ ทั้งนี้เครือข่ายพิทักษ์สิทธิจะเข้าพบ เพื่อหารือกับผู้บริหารระดับสูงในระดับกระทรวงฯ เพื่อติดตามการดำเนินการต่อข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากไม่มีคำตอบชัดเจนจะยกระดับการเคลื่อนไหว โดยคาดว่าจะมีคนพิการและเครือข่ายออกมาเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

บูรณาการงานตรวจสอบทุจริต

กระทรวง พม. โดย พก. ร่วมกับกรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการประชุมหารือวันที่ 12 พ.ย.61 โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1.กำหนดแนวทางปฏิบัติและบูรณาการการดำเนินงาน ระหว่างกระทรวงแรงงาน (มาตรา 33 และ 35) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (มาตรา 34) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจ้างงานคนพิการ และประชาสัมพันธ์ให้คนพิการ องค์กรคนพิการ สถานประกอบการได้ทราบอย่างทั่วถึง 2.กำหนดแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ร้องเรียน การจ้างงานคนพิการ ตามมาตรา 33 34 และ 35 ให้มีความชัดเจน เพื่อดำเนินการได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม ถูกต้อง และรวดเร็ว หากเป็นกรณีเจ้าหน้าที่กระทำความผิด จะดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด 3.ให้มีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลกลางการจ้างงานคนพิการเพื่อการบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวง พม. และกระทรวงแรงงาน ที่มีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้

กลับขึ้นด้านบน