แห่ขึ้นทะเบียนปลูกต้นไม้กว่า 7 หมื่นต้น

แห่ขึ้นทะเบียนปลูกต้นไม้กว่า 7 หมื่นต้น

แห่ขึ้นทะเบียนปลูกต้นไม้กว่า 7 หมื่นต้น

รูปข่าว : แห่ขึ้นทะเบียนปลูกต้นไม้กว่า 7 หมื่นต้น

กรมป่าไม้ เผยแค่ 5 เดือน เกษตรกรไทยตื่นตัวขึ้นทะเบียนปลูกไม้เศรษฐกิจ ผ่านแอพพลิเคชั่น “อี-ทรี" กว่า 70,000 ต้น คาดสิ้นปีทะเลุ 100,000 ต้น เร่งแก้จุดอ่อนทางเทคนิคอำนวยความสะดวกหนุนประชาชนปลูกไม้เศรษฐกิจ

วันนี้ (15 พ.ย.2561) นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดทส. รักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า หลังจากกรมป่าไม้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น อี-ทรี เพื่อใช้ในการแจ้งขึ้นทะเบียนโครงการปลูกไม้เป็นสินทรัพย์ พบว่าตั้งแต่ช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น อี-ทรี กว่า 10,000 คน และมีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 400-500 ราย มีต้นไม้ที่ลงทะเบียนไว้ในระบบจำนวนทั้งสิ้น 74,000 ต้น และคาดการณ์ว่าปลายปี 2561 จะมีผู้เข้ามาลงทะเบียนต้นไม้เพิ่มขึ้นอีกเป็น 100,000 ต้น


ขณะนี้กำลังปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่อง พัฒนาระบบให้ทำงานสมบูรณ์ขึ้น เช่น แก้ไขหน่วยวัดของความสูง เส้นรอบวงของต้นไม้ เพราะเดิมกำหนดหน่วยวัดเป็นเมตรแต่ยังมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนกรอกข้อมูลเป็นเซนติเมตร ให้การคำนวณข้อมูลขาดความแม่นยำ


ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่น อี-ทรี ของกรมป่าไม้ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากผู้ใช้งาน โดยประชาชนในพื้นที่จ.ระยองที่เข้ามาลงทะเบียนใช้งาน ให้เสียงตอบรับผ่านเจ้าหน้าที่โดยตรงว่า รู้สึกดีใจที่หน่วยงานภาครัฐได้ให้ความสำคัญ พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ เพราะปลูกต้นไม้มาเป็นเวลา 30 กว่าปีพื้นที่ 200 ไร่ รวมต้นไม้ 5,000 ต้น แต่เนื่องจากเป็นผู้ถือครองเอกสารสิทธิใบแจ้งครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) จึงไม่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนสวนป่า

 

 

หลังจากขึ้นทะเบียนกับออนไลน์แล้ว มั่นใจว่า ต้นไม้ที่ปลูกไว้จะได้รับรอง นำไปใช้อ้างอิงความถูกต้องตามกฎหมายของแหล่งที่มาของไม้ เพราะเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบ และระบบจะทำการพิมพ์เอกสารบัญชีไม้ไว้

นายพงศ์บุณย์ กล่าวว่า  ขณะนี้ประชาชนตื่นตัว และสนใจหันมาปลูกต้นไม้มากขึ้น โดยเฉพาะไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่ามากประกอบกับรัฐบาลกำลังพิจารณายกเลิกมาตรา 7 ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยไม้หวงห้ามทุกชนิดในที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชนที่ครอบครองสามารถนำไปใช้เพื่อค้าขายและใช้สอยได้อย่างถูกกฎหมาย เช่น ไม้สัก ไม้ยางนา ไม้พะยูง ฯลฯ ยกเว้นการส่งออกที่ต้องมีเอกสารรับรองแหล่งที่มา ด้วยเหตุนี้ การลงทะเบียนผ่านระบบ อี-ทรี จะช่วยแก้ไขในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งยังสามารถป้องกันการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่ต้องการเรียกรับผลประโยชน์ 

เปิดขั้นตอนใช้งาน พลิเคชั่น อี-ทรี 

นายบรรจง วงศ์ศรีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักรับรองการป่าไม้ กล่าวว่า ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชั่น อี-ทรี ว่า สามารถใช้บริการผ่าน 2 ช่องทาง คือ เว็ปไซต์ www.nsw.forest.go.th หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบแอนดรอยด์และระบบไอโอเอส โดยมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก คือ กรอกรายละเอียดข้อมูลตามบัตรประจำตัวประชาชน เข้าระบบลงทะเบียนต้นไม้ผ่านชื่อและรหัสที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งกรอกข้อมูลตามรายละเอียดที่ปรากฏ เช่น ความสูง เส้นรอบวงและการปลูกต้นไม้เพิ่ม พร้อมปักหมุดขอบเขตของแปลงปลูกและตำแหน่งของต้นไม้

และยังปักหมุดผ่านแผนที่กูเกิล หรือลงพื้นที่เพื่อตรวจจับตำแหน่งตามจีพีเอส  เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำของตำแหน่งได้ หลังจากนั้นระบบจะทำการคำนวณและแสดงผลเป็นปริมาตรของเนื้อไม้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ทั้งนี้ หากต้องการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ที่ปลูกก็สามารถแจ้งผ่านระบบได้ทันที ทางกรมป่าไม้จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการต่อไป 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อก ม.7 เปิดทางประชาชนปลูกไม้หวงห้ามขาย

"ประยุทธ์" ชวนปลูกไม้ขายครัวเรือนละ 400 ต้น

กลับขึ้นด้านบน