ททท.เร่งตามตัวผู้ช่วยเหลือนางแบบโลก จากสึนามิเขาหลัก

ททท.เร่งตามตัวผู้ช่วยเหลือนางแบบโลก จากสึนามิเขาหลัก

ททท.เร่งตามตัวผู้ช่วยเหลือนางแบบโลก จากสึนามิเขาหลัก

รูปข่าว : ททท.เร่งตามตัวผู้ช่วยเหลือนางแบบโลก จากสึนามิเขาหลัก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ช่วยประกาศตามหาคนไทยที่ช่วย เพทรา เนมโคว่า (Petra Nemcova) นางแบบระดับโลกในเหตุการณ์สึนามิที่ จ.พังงา เมื่อ 14 ปีก่อน

โลกออนไลน์ส่งต่อเรื่องราวของ เพทรา เนมโคว่า (Petra Nemcova) นางแบบชื่อดังระดับโลก จากวิกตอเรียซีเคร็ต ประกาศตามหาชาวไทยที่ช่วยเหลือเธอจากเหตุการณ์สึนามิที่เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 ซึ่งมีชายไทยคนหนึ่งช่วยชีวิตเธอจากยอดต้นปาล์มและ ชายไทยอีกคนที่นอนรักษาตัวอยู่เตียงข้างๆ ในโรงพยาบาลได้ให้สร้อยพระแก่เธอเพื่อปลอบขวัญ รวมทั้งเด็กหญิงที่คลอดในวันนั้น ทราบชื่อว่า "สึนามิ"

ล่าสุด วันนี้ (16 พ.ย.2561) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพังงา รับประสานงานโดยโพสต์ข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ กลุ่มไลน์ ที่คาดว่าจะเข้าถึงคนรู้จักกับชายไทยทั้ง 2 คน โดย ททท.พังงา เปิดช่องทางให้ผู้พบเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลเพื่อช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พบกัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้ามาแสดงตัว ขณะที่บางส่วนได้ส่งข้อมูลแต่ยังไม่มีรายละเอียดมากพอที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง


สำหรับข้อความการตามหาผู้ช่วยชีวิตจากเหตุสึนามิของนางแบบ Petra Nemcova มีการเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Pokchonn Dissayabutra โดยมีเนื้อหาระบุว่า ช่วยตามหาด้วยนะคะ ชายไทย 2 คน และเด็กอายุ 14 ปี ที่นางแบบระดับโลกต้องการพบตัวมากที่สุด

นางแบบ-คู่หมั้นหายปริศนาในประเทศไทย

ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน วันที่ 26 ธ.ค.2547 เกิดสึนามิครั้งใหญ่ขึ้น หลังเหตุการณ์ไม่นานเราได้รับการติดต่อจากเพื่อนคนหนึ่งว่า Petra Nemcova นางแบบชื่อดังระดับโลกเดินทางมาเที่ยวที่เขาหลักกับ Simon Atlee คู่หมั้นช่างภาพชาวอังกฤษ ทั้งคู่หายไปไม่มีใครติดต่อได้ ขอให้ช่วยกันตามหาตัวแบบปิดเป็นความลับระดับสุดยอด เนื่องจากขณะนั้นข่าวได้ออกไปทั่วโลกแล้วว่า petra อยู่ในพื้นที่สึนามิ สื่อต่างประเทศและเหล่าปาปารัซซี่ค่อนโลกตามหาตัว petra กัน วุ่นวายถึงขนาดตั้งรางวัลสำหรับภาพ petra ในประเทศไทยในราคาที่สูงมาก

เราเริ่มตามหา โดยลงพื้นที่เขาหลักในวันรุ่งขึ้น ไปตามหาตามโรงพยาบาลต่างๆ ไม่พบข้อมูล ตอนนั้นทุกที่ชุลมุนมาก ยากมากจริงๆ จนได้รับสายจากเพื่อนว่า ตอนนี้พบตัวแล้วแต่พบแค่เพทราคนเดียว ยังหาไซม่อนไม่พบ หลังจากนั้นข้อมูลของเพทราทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับเพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ป่วย เราทราบแค่ว่าเพทราอาการสาหัสมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรื่องราวจบกันไปเท่านั้น

ผ่านไป 5 เดือน เราได้รับการติดต่ออีกครั้งว่าเพทราจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อลงพื้นที่ประสบภัยและทำการระลึกถึงไซม่อน คู่หมั้นของเธอที่สุดท้ายแล้วเสียชีวิต ใช้เวลานับเดือนกว่าจะตรวจพิสูจน์จนยืนยันได้ว่าคือไซม่อน การเดินทางมาไทยครั้งที่ 2 ของเพทรา เรามีโอกาสได้ดูแลเพทราและเพื่อนๆ 2-3 คน เราพาเพทราไปดูความเสียหาย ดูชีวิตผู้คนในพื้นที่สึนามิหลังเหตุการณ์ ภาพเด็กนับร้อยที่พ่อแม่ตายจากสึนามิกระทบจิตใจเพทรามาก

เพทราถามเราว่าเธอจะช่วยอะไรเด็กพวกนี้ จะช่วยอะไรประเทศไทยได้บ้าง เพราะตอนที่เธอบาดเจ็บ คนไทยและประเทศไทยทำให้เธอประทับใจและเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตครั้งใหญ่ ปรึกษากันไปมาจบที่เธอจะกลับไปตั้งมูลนิธิ Happy Hearts Fund. เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือเด็กที่ถูกผลกระทบจากสึนามิ

ตอนที่คุยกันเรื่องนี้เราอยู่กันที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ในพระบรมราชูปถัมน์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราขอคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนนี้ 10-15 เครื่อง เธอบอกเธอรู้จักคนใน HP เธอจะจัดการให้ หลังจากเธอกลับไปไม่นาน คอมพิวเตอร์ครบชุดจาก HP ถูกส่งมาที่ภาคใต้ของไทย ถ้าจำไม่ผิดคือมากกว่า 300 เครื่อง เธอบอกให้มอบให้ทุกโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะโรงเรียนของในหลวง (ในเครือราชประชานุเคราะห์ฯ) ให้เด็กได้มีสื่อการเรียน เธอระดมเงินทุนทุกทางและบินกลับมาไทยเกือบทุกปีในช่วง 5 ปีแรกหลังสึนามิ เพื่อซ่อมและสร้างโรงเรียนและอื่นๆ อีกมากมายให้เด็กไทย

เล่านาทีชีวิต สึนามิถล่มเขาหลัก

เพทราเล่าให้เราฟังว่า วันนั้นที่สึนามิเข้า คู่หมั้นเธอกำลังแพ็คกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าต์อยู่ในรีสอร์ตที่เขาหลัก ส่วนเธออยู่ในห้องน้ำ แล้วก็มีเสียงดังมาก จับไม่ได้ว่าเสียงอะไร เธอร้องเรียกไซม่อน

เธอก็ถูกคลื่นยักษ์พัดลอยสูงขึ้นไป ข้าวของมากมายกระแทกตัว คลื่นซัดสูงขึ้นไปเข้าหาแผ่นดิน แล้วคลื่นก็ม้วนเอาเธอและทุกสิ่งอย่างดูดลงกลับสู่ทะเล โชคดีที่จังหวะนี้เธอโดนซัดไปกระแทกกับยอดต้นปาล์ม เธอคว้าต้นปาล์มไว้แน่น ข้าวของชิ้นใหญ่ๆที่มากับน้ำกระแทกอัดเข้าที่ตัวเธอซ้ำๆ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

กระดูกเชิงกรานแตกหัก 4 จุด มีเลือดคั่งในช่องท้องและมดลูก พอน้ำค่อยๆลดกลับลงทะเล เธอถึงได้รู้ว่าเธอกำลังค้างอยู่บนยอดต้นปาล์ม เพทราเล่าว่า เจ็บปวดและตกใจมาก ขวัญเสีย มองไปทางไหนเห็นศพ เห็นคนมีแผลใหญ่เหวอะหวะเลือดแดงฉาน เห็นข้าวของเกลื่อนไปหมด เธอติดอยู่บนนั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นานถึง 8 ชั่วโมง จนชายไทยคาดว่าจะเป็นคนท้องถิ่นไปพบและไปตามคนมาช่วยนำเธอลงจากต้นปาล์มไปส่งโรงพยาบาล

เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขาหลัก 1 คืน ด้วยอาการสาหัสและไม่มีใครทราบว่าเธอคือนางแบบระดับโลก วันรุ่งขึ้นเธอถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ด้วยเครื่องบินของกองทัพไทยพร้อมคนเจ็บอาการหนักอีก 27 คน เพทราร้องไห้ตลอดเวลา สับสน เจ็บปวด ขวัญเสีย คนไข้ชายไทยเตียงข้างๆ ถอดสร้อยคอพร้อมพระ 1 องค์ ยื่นให้เธอ เพื่อเป็นการปลอบขวัญ ตั้งแต่นั้นมาเพทราห้อยสร้อยพระนี้ตลอดเวลา กลับมาเมืองไทยกี่ครั้งเราก็เห็นห้อยมาตลอด


เมื่อถึงโรงพยาบาล เพทรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้ชะตากรรมไซม่อน อยู่ตัวคนเดียวในต่างบ้านต่างเมืองกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรง อาชีพนางแบบจะกลับมาทำได้อีกหรือเปล่า ทุกอย่างทำให้เพทราแตกสลาย เจ็บป่วยทั้งกายและใจ ร้องไห้ตลอดเวลาไม่ยอมพูดจากับใครเลย

ตอนนั้นสื่อไทยบางกลุ่มรู้แล้วว่าเพทราอยู่ที่นี่ แต่ทุกคนน่ารักมาก มีจรรยาบรรณช่วยกันปกปิดข้อมูลของเธอไม่ให้รั่วถึงปาปารัซซี่ต่างชาติ ทางโรงพยาบาลก็ย้ายเธอไปไว้อีกตึกเพื่อกันการใช้เรื่องของเธอไปหาผลประโยชน์ นพ.ธนะรัชต์ 1 ในทีมแพทย์ที่รักษาเพทราเห็นว่าเพทราไม่ยอมพูดยอมคุยกับใคร ตอนนั้นเพื่อนเธอบินมาอยู่กับเธอแล้ว เธอร้องโอดโอยเจ็บปวดสาหัสอยู่ตลอดเวลา คุณหมอเห็นเธอห้อยสร้อยพระ เลยเข้าใจว่าเธอเป็นชาวพุทธ หมอท่านเลยให้แนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุว่า

ไม่มีใครทำให้เราทุกข์ได้ถ้าเราไม่ทุกข์ ไม่มีใครทำให้เราสุขได้ถ้าเราไม่สุข เราทุกข์เพราะเราทำให้ทุกข์ เราสุขเพราะเราทำให้สุข จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว

หมอสอนให้เพทราฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ เพียงแค่คืนเดียว เช้ารุ่งขึ้นเพทราสดใสร่าเริงขึ้น เจ็บปวดน้อยลง ยอมพูดคุยกับเพื่อนและหมอ เธอบอกให้เพื่อนเธอถ่ายภาพเธอในชุดผู้ป่วยบนเตียงคนไข้ แล้วส่งไปที่นิวยอร์กเพื่อหาทุนในการช่วยเหลือเหยื่อสึนามิในไทย


ภาพนั้นทำราคาได้สูงมากทีเดียว ตั้งแต่นั้นมาเพทราปวารณาตัวเป็นผู้ให้ กองทุนของเธอระดมเงินมากมายช่วยเหลือเหยื่อสึนามิที่เป็นเด็กทั่วเอเชีย โดยเฉพาะเด็กไทยอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้

เร่งค้นหา 2 ชายไทย 1 ด.ญ.สึนามิ 

เล่ามายาว เพียงเพื่อจะบอกว่า อีก 2 อาทิตย์ ต้นเดือน ธ.ค. เพทราจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอกับสึนามิในประเทศไทยเผยแพร่ทั่วโลก บอกเล่าถึงความโหดร้ายของสึนามิที่เธอเจอ ความน่ารักของคนไทยที่มีให้เธอ และที่สำคัญที่สุด เพทราบอกว่าให้เราช่วยตามหาคน 3 คน เธอต้องการเจอตัวแบบส่วนตัวมากๆ 

  1. ชายไทยคนแรกที่พบเธอบนยอดต้นปาล์ม แล้วไปตามคนมาช่วยเอาเธอลงมา
  2. คนเจ็บชายไทยเตียงข้างๆ ที่ถอดสร้อยพระให้เธอ ระหว่างนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
  3. เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เพทราบอกว่าคลอดในวันเกิดสึนามิ และถูกตั้งชื่อว่า “สึนามิ”

เราได้พยายามสืบหาข้อมูลทั้ง 3 คนทุกทางแล้ว แต่ไม่พบข้อมูล อยากขอความช่วยเหลือพวกเราช่วยกันแชร์ ช่วยกันตามหา 3 คนนี้หน่อยนะคะ โดยเฉพาะชายไทย 2 คนแรก เพทราต้องการพบเพื่อขอบคุณด้วยตัวเองเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ เรื่องดีๆ ของคนไทย ช่วยเราตามหาพวกเค้าหน่อยนะคะ

หากมีข้อมูล กรุณาติดต่อมาที่ FB เราได้เลยนะคะ Pokchonn Dissayabutra
และขออภัยล่วงหน้า หากทางเราต้องขอหลักฐานยืนยันตัวตนอย่างจริงจังด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

กลับขึ้นด้านบน