มาแรง "กระทงน้ำแข็ง" ไอเดียลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม

มาแรง "กระทงน้ำแข็ง" ไอเดียลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม

มาแรง "กระทงน้ำแข็ง" ไอเดียลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม

รูปข่าว : มาแรง "กระทงน้ำแข็ง" ไอเดียลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม

สุดน่ารัก "กระทงน้ำแข็งดอกชบา" ไอเดียลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดขยะลงในแหล่งน้ำ ทส.เชิญชวนลอยแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง หรือ 1 ครอบครัว 1 กระทง หรือ 1 แก๊งหรือกลุ่ม 1 กระทง ระบุคนไทยหันใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้นเหลือใช้โฟม 6.4%

ประเพณีลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ต้องการให้เทศกาลลอยกระทงลดการสร้างขยะให้กับสายน้ำมากที่สุด แม้จะมีการรณรงค์ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น กระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงไอศกรีม ในแต่ละปียังมีตัวเลขการเก็บกระทงได้

นางเพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ บอกถึงไอเดียในการทำกระทงน้ำแข็ง พ่อแม่และลูก สามารถผลิตกระทงได้ง่ายๆ เป็นกิจกรรมภายในครอบครัว

เธอบอกว่าแนวคิดในฐานะนักสิ่งแวดล้อม มองว่าไม่ว่ากระทงชนิดไหน ก็สร้างขยะหลงเหลือในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง โคนไอศกรีม หรือแม้แต่ใบตอง แม้ใจจริงจะไม่อยากให้ลอยกระทง แต่ความเป็นประเพณีที่สืบต่อและควรสานต่อ ดังนั้นการลอยกระทง ก็เป็นโอกาสที่เราจะรู้สึกสำนึกเคารพต่อสิ่งแวดล้อมว่าเรามีน้ำสะอาด มีอากาศ มีทรัพยากรธรรมชาติ และควรใช้วาระนี้ในการสร้างขยะให้น้อยที่สุด

กระทงน้ำแข็งดอกชบา เพราะว่าทำได้ง่าย มีขยะน้อย ครอบครัวและลูกๆช่วยกันเก็บดอกไม้ในสวนมาใส่ภาชนะที่ใส่น้ำเอาไปแช่ในตู้จนแข็งตัว เวลาลอยมีแค่เทียนที่เป็นขยะเท่านั้นแต่เราก็ยังเก็บออกจากแหล่งน้ำ และยังสื่อให้รู้ว่า แม่น้ำ แหล่งน้ำสำคัญกับเรามาก

ทส.ตั้งเป้าใช้กระทงธรรมชาติเพิ่ม 

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) บอกว่า ข้อมูลของ กทม. ในการจัดเก็บกระทงเขตต่างๆ ในปี 2560 มีปริมาณ 811,945 ใบ แบ่งเป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 760,019 ใบ กระทงโฟม 51,926 ใบ คิดเป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติร้อยละ 93.6 และกระทงโฟมร้อยละ 6.4 ปี

หากดูข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2560 กทม.มีปริมาณกระทง 8-9 แสนใบต่อปี ยกเว้นปี 2554 และปี 2559 และพบว่ามีการใช้กระทงที่ทำจากธรรมชาติมีแนวโน้มสูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 87-93.6 กระทงโฟมมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 13 ลดลงเหลือร้อยละ 6.4

แนวโน้มประชาชนส่วนใหญ่นิยมลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติ แทนการใช้กระทงโฟม ชี้ให้เห็นว่าประชาชนและผู้ค้ากระทง ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

 

ดังนั้นทส.ขอความร่วมมือประชาชนใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อมในการลอยกระทง โดยใช้หลักการ 3R ได้แก่ ใช้น้อย คือการลดขนาดของกระทงที่ใช้ ลดจำนวนชิ้น ใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งกระทง เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรและช่วยลดปริมาณขยะใช้ซ้ำ คือการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้ม และสุดท้ายคือแปรรูปใช้ใหม่ คือการนำกระทงที่เก็บรวบรวมมาใช้ประโยชน์ โดยกระทงจากวัสดุธรรมชาติจะนำมาใช้ในการหมักปุ๋ย

นายประลอง กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) วันลอยกระทง ทส.ขอเชิญชวนคนไทยลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมหรือวัสดุจากธรรมชาติ ร่วมลดปริมาณกระทง ลดการก่อให้เกิดขยะ ด้วยการลอยแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง หรือ 1 ครอบครัว 1 กระทง หรือ 1 แก๊งหรือกลุ่ม 1 กระทง หรือการลอยกระทงออนไลน์จะช่วยให้การลอยกระทงสร้างมลพิษน้อยที่สุด 

 

กลับขึ้นด้านบน