สบส.ลุยตรวจใบอนุญาตคลินิกศัลยกรรมหน้าอกเน่า

สบส.ลุยตรวจใบอนุญาตคลินิกศัลยกรรมหน้าอกเน่า

สบส.ลุยตรวจใบอนุญาตคลินิกศัลยกรรมหน้าอกเน่า

รูปข่าว : สบส.ลุยตรวจใบอนุญาตคลินิกศัลยกรรมหน้าอกเน่า

สบส. เตรียมตรวจสอบคลินิกศัลยกรรมย่านรังสิต หลังถูกร้องเรียนทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกเน่า โดยไม่เยียวยาอย่างเหมาะสม เบื้องต้นจะตรวจสอบใบอนุญาต และมาตรฐานของแพทย์ผู้เข้ารับการรักษา ขู่หากพบความผิดมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541

วันนี้ (29 พ.ย.2561) กรณีทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหายศัลยกรรมหน้าอก ยื่นหนังสือเอาผิดคลินิกต่อสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ตรวจคลินิกย่านจ.ปทุมธานี ตรวจสอบมาตรฐานแพทย์และคลินิกศัลยกรรม ตรวจสอบมาตรฐานแพทย์และคลินิกศัลยกรรม ตรวจสอบมาตรฐานแพทย์และคลินิกศัลยกรรม

หลังเดินทางไปร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม และร้องเรียนสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยระบุว่า มีผู้ได้รับความเสียหายจากการทำศัลยกรรมหน้าอกที่คลินิกย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยเกิดอาการเลือดไหลเป็นแผลอักเสบ น้ำหนองไหล ล่าสุดผู้เสียหาย 2 คน ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับแพทย์ที่ผ่าตัด และคลิ นิก ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยพบว่ามีผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย

พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้วยว่า คลินิกแห่งนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับคลินิกย่านลาดพร้าว เพราะมีการโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันโดยใช้ข้อมูลคล้ายกัน จึงขอให้ตำรวจออกหมายเรียกตัว บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้ามาสอบปากคำ รวมถึงเชิญคลินิกย่านลาดพร้าวที่ถูกแอบอ้างชื่อมาให้ข้อมูล เพื่อพิสูจน์ว่าทั้ง 2 คลินิก มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ทั้งนี้ นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าคลินิกดังกล่าวตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ.ปทุมธานี รับทราบข้อมูลแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานคลินิก

สบส.จะตรวจสอบ 2 ประเด็นสำคัญตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 ว่าคือคลินิกที่ถูกกล่าวอ้าง มีการขออนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากขออนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลควบคุมดูแล คุณภาพมาตรฐานของสถานพยาบาลครบทั้ง 5 ด้าน ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

 

เตือนสาวๆพิจารณาความเสี่ยงก่อนเสริมหน้าอก

โดยประกอบด้วย 1.สถานที่มีความสะอาด เหมาะสมกับการเป็นสถานพยาบาล 2.แพทย์ผู้ให้บริการมี ใบประกอบวิชาชีพ 3.มีการให้บริการที่ถูกต้อง ตามมาตรฐานวิชาชีพและประเภทสถานพยาบาล 4.ยาและเวชภัณฑ์ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) และ 5.ด้านความปลอดภัย มีการเตรียมความของพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตหากเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้รับบริการ หากตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือตกมาตรฐานแม้ด้านใดด้านหนึ่งจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายโดยทันที 

นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า การศัลยกรรมเสริมความงามจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็ต้องเน้นย้ำให้ทุกคนพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะการเสริมความงามบริเวณหน้าอก จะต้องพิจารณาให้ดี ทั้งช่วงอายุจะต้องเหมาะสมให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ สุขภาพแข็งแรงไม่มีอาการติดเชื้อไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอกอาจมีผลต่อการรักษา และเป็นข้อคำนึงด้านความปลอดภัยของหญิงกำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร อีกทั้งคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการก็จะต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบส.ได้มอบอำนาจตามกฎหมายให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)ปทุมธานี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ให้ตรวจสอบอยู่ ซึ่งขอแจ้งผู้ใดลักลอบเปิดคลินิกจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่ผู้ดำเนินการใช้หมอเถื่อนมาให้บริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาล มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้ง ตัวหมอเถื่อนเองก็ถือว่ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร้องกองปราบฯ คลินิกศัลยกรรมหน้าอกเน่า ไม่รับผิดชอบ

 

กลับขึ้นด้านบน