ขยายเวลากรรมการ-ผู้บริหารหน่วยงานรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีผล 1 ก.พ.62

ขยายเวลากรรมการ-ผู้บริหารหน่วยงานรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีผล 1 ก.พ.62

ขยายเวลากรรมการ-ผู้บริหารหน่วยงานรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีผล 1 ก.พ.62

รูปข่าว : ขยายเวลากรรมการ-ผู้บริหารหน่วยงานรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีผล 1 ก.พ.62

ป.ป.ช.มีมติให้ขยายเวลากรรมการและผู้บริหารหน่วยงานของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออกไปอีก 60 วัน โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.พ.2562 เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและการบริหารภายในหน่วยงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันนี้ (29 พ.ย.2561) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยอย่างน้อยต้องกำหนดตำแหน่งต่างๆ ตามมาตรา 102 และเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดตำแหน่งใดให้ยื่นบัญชีฯ แล้ว ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปและให้แจ้งหน่วยงานต้นสังกัดทราบด้วย ตามมาตรา 104 นั้น

ในการนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ออกประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 และให้มีผลบังคับใช้ วันที่ 2 ธันวาคม 2561 และต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 ให้ขยายการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว สำหรับตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าออกไปอีก 60 วัน

ทั้งนี้ เมื่อที่ 27 พฤศจิกายน 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการประชุมหารือแล้ว เห็นว่านอกจากนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าแล้ว ยังมีตำแหน่งอื่นๆ ที่เป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีอีก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและให้การบริหารภายในของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งบุคคลดังกล่าวต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ดำเนินการต่อไปได้ด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ขยายการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว สำหรับตำแหน่งต่อไปนี้ออกไป จากเดิมบังคับใช้วันที่ 2 ธันวาคม 2561 เป็นบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562

1. กรรมการของหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.8 ในส่วนของ
1.1 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ในกองทุนตามประกาศข้อ 4 (7) 7.8.1 ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนยุติธรรม กองทุนสงเคราะห์ กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย
1.2 ประธานกรรมการ และกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.8.5.1
1.3 ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.8.6.1
1.4 นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัยและสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.8.7
1.5 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการในองค์การมหาชน ตามประกาศ ข้อ 4 (7) 7.8.8

2. ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบท่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ตามประกาศ ข้อ 4 (7) 7.10 ในส่วนของ
2.1 นายกสภาและกรรมการสภาในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.10.6
2.2 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามประกาศ ข้อ 4 (7) 7.10.7
2.3 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.10.8
2.4 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตามประกาศข้อ 4 (7) 7.10.9
2.5 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามประกาศ ข้อ 4 (7) 7.10.10
2.6 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามประกาศ ข้อ 4 (7) 7.10.11

3. กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามประกาศข้อ 5

ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าวแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ดำเนินการจัดทำประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมาตรา 102 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เพื่อส่งไปประกาศราชกิจจานุเบกษาต่อไปแล้ว

 

 

กลับขึ้นด้านบน