ปชช.ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เหตุ "แพง-สถานีชาร์จไฟน้อย"

ปชช.ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เหตุ "แพง-สถานีชาร์จไฟน้อย"

ปชช.ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เหตุ "แพง-สถานีชาร์จไฟน้อย"

รูปข่าว : ปชช.ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เหตุ "แพง-สถานีชาร์จไฟน้อย"

แม้กระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ เพราะด้วยราคาสูง และยังไม่มีสถานีชาร์จกระจายทั่วประเทศ

รถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบ ปลั๊กอิน-ไฮบริดจ์ ที่ปีนี้ค่ายผลิตรถยนต์ ทั้งเอเชียและยุโรป นำมาโชว์สร้างความสนใจให้ประชาชนจำนวนมาก เข้ามาเลือกและทดลองขับ โดยเฉพาะรุ่นที่มีเทคโนโลยีควิกชาร์จ สามารถลดเวลาชาร์จลงเหลือ 40 นาที จากเดิม 6-12 ชั่วโมง และวิ่งได้ มากกว่า 300 กิโลเมตร ใช้ขับระหว่างเมืองได้ ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะเป็นรถตลาด มีขนาดใหญ่ 4-5 ที่นั่ง เหมาะกับการใช้งานครอบครัว แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เพราะกังวลเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่กระจายทุกพื้นที่ และ ราคาที่สูงกว่ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน

ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ระบุว่า กระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงขึ้น เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 200,000 บาทต่อระยะทาง 100,000 กิโลเมตร โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายเพียง 30 สต.ต่อกิโลเมตร ขณะที่รถยนต์มีค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน 3 บาทต่อกิโลเมตร แต่ถึงจะประหยัดได้จริงก็ยังไม่จูงใจผู้บริโภคมากพอ ทำให้ค่ายรถยนต์ยังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่มาก ประกอบกับโครงสร้างภาษี ยังไม่เอื้อต่อต้นทุนผลิต และชิ้นส่วนบางอย่างยังต้องนำเข้า เช่น แบตเตอร์รี่ มอเตอร์ไฟฟ้า จึงทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงกว่ารถยนต์ ร้อยละ 20-50 ต่างจากในต่างประเทศ เช่น ยุโรป ที่สนับสนุนงบประมาณให้ผู้บริโภคใช้รถยนต์ ร้อยละ 20 ของราคารถยนต์ไฟฟ้า หรือ ลดหย่อนภาษีสำหรับซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้คนหันใช้

สอดคล้องกับผู้ประกอบการตลาดรถยนต์มือ 2 ระบุว่า เริ่มเห็นผู้บริโภคขายรถยนต์มือ 1 เพื่อเปลี่ยนไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่สัดส่วนยังไม่มากนัก เพราะด้วยราคารถยนต์ไฟฟ้าสูง จึงเป็นเพียงเฉพาะกลุ่ม ทำให้ปีนี้ มีจำนวนรถไหลเข้าสู่ตลาดรถยนต์มือ 2 ไม่ต่ำกว่า 3,000,000 คัน

ล่าสุด รัฐบาลพยามผลักดันขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวนกว่า 80 สถานี จาก 70 หน่วยงานที่ขอยื่นรับงบสนับสนุนผ่านสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและอยู่ระหว่างเปิดรับเอกชนเพิ่มเติม เพื่อจะขยายหัวจ่ายให้ได้ 100 หัวจ่ายภายในปี 2562 รองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในไทยที่จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยแล้ว 120,000 คัน

 

กลับขึ้นด้านบน