สรรพากรชี้ กม.เก็บภาษีออนไลน์ ตรวจสอบธุรกิจสีเทา-ขรก.ทุจริต

สรรพากรชี้ กม.เก็บภาษีออนไลน์ ตรวจสอบธุรกิจสีเทา-ขรก.ทุจริต

สรรพากรชี้ กม.เก็บภาษีออนไลน์ ตรวจสอบธุรกิจสีเทา-ขรก.ทุจริต

รูปข่าว : สรรพากรชี้ กม.เก็บภาษีออนไลน์ ตรวจสอบธุรกิจสีเทา-ขรก.ทุจริต

โฆษกกรมสรรพากร ระบุกฎหมายเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ช่วยตรวจสอบธุรกิจผิดกฎหมายและข้าราชการทุจริต ยืนยันไม่กระทบผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีถูกต้อง

หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่….) พ.ศ….. เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นว่าด้วยการชำระเงินภาษีผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และการแจ้งรายละเอียดของบุคคลและนิติบุคคล ที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีรับโอนและฝากเงินเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากหรือรับโอนเงิน 200 ครั้ง รวมมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี

วันนี้ (5 ธ.ค.2561) นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายการ หรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรสามารถกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีและลดต้นทุนและค่าเสียเวลาในการยื่นภาษีเงินได้ฯ

ส่วนสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินพิเศษให้กรมสรรพากรรับทราบ หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องจ่ายค่าปรับ 100,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ยืนยันกรมสรรพากรไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ หรือจับผิดใคร และไม่กระทบผู้ประกอบการและผู้ที่เสียภาษีถูกต้อง

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย คือร้านค้าออนไลน์ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ข้าราชการที่ทุจริตมีโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง และธุรกิจผิดกฎหมาย

ขณะที่บล็อกเกอร์ด้านภาษี มองว่า กฎหมายนี้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลให้กับกรมสรรพากร และไม่มีผลกระทบกับผู้ค้าทั่วไปและผู้ค้าออนไลน์ที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม เป็นห่วงว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวในช่วงนี้ อาจทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจที่กำลังปรับตัวในการใช้งานพร้อมเพย์ และการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เกิดความวิตกกังวลจนไม่อยากใช้งาน จึงเสนอว่ารัฐบาลควรบังคับใช้กับธุรกิจขนาดใหญ่ และให้เวลาผู้ประกอบการขนาดเล็กและประชาชนทั่วไป ปรับตัวเป็นเวลา 2 ปี

กลับขึ้นด้านบน