กองปราบฯ เตือนเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น

กองปราบฯ เตือนเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น

กองปราบฯ เตือนเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น

รูปข่าว : กองปราบฯ เตือนเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น

ตำรวจกองปราบปราม เตือนเจตนาไม่หลบรถพยาบาล หรือ ให้ทางรถฉุกเฉิน รถพยาบาล จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ระวังเจอ “ข้อหาฆ่าผู้อื่น”

จากกรณีการเผยแพร่คลิปพฤติกรรมของคนขับรถเก๋งคันหนึ่งไม่ยอมหลบรถพยาบาลของ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ที่กำลังวิ่งเปิดไฟฉุกเฉินขอทางเพื่อนำผู้ป่วยไปส่ง ที่โรงพยาบาลชลบุรีขณะที่รถคันอื่นพยายามเบี่ยงหลบออกด้านข้างแต่มี "รถเก๋งสีขาว" เพียงคันเดียวที่จอดขวาง ทำให้รถพยาบาลต้องเลี่ยงไปหาช่องทางอื่น จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียล แม้เจ้าของรถจะระบุว่าคนขับ คือ บิดา อายุ 70 ปี ตัดสินใจช้า

ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี เตรียมเรียกคนขับรถเก๋งสีขาวมาสอบถามรายละเอียดว่า ณ เวลานั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ถึงตัดสินใจไม่หลบรถพยาบาล เพราะหากผู้ใช้รถผู้ใดก็ตาม ไม่หลบให้รถฉุกเฉิน หรือรถพยาบาลที่มีสัญญาณไฟสีแดง พร้อมเปิดเสียงสัญญาณ จะถือว่ามีความผิด

ด้านกองปราบปรามโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า เจตนาไม่หลบรถพยาบาลขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น เข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนจะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

และผู้ที่ขับรถกีดขวางรถพยาบาลก็อาจจะถูกตั้งข้อหาหนักตามมาอีกด้วยถ้าหากการกระทำนั้นเป็น "เหตุโดยตรง" ที่ทำให้ผู้เจ็บป่วยในรถพยาบาลถึงแก่ชีวิต อาจเข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนอาการของผู้ป่วยวิกฤติที่อยู่ในรถพยาบาลที่ถูกขวางได้ผ่าตัดบอลลูนหัวใจ อาการปลอดภัยแล้ว

 

แนะวิธีให้ทาง "รถฉุกเฉิน"

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  ได้จัดทำแนวทางเรื่องการหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ศึกษาและนำไปปฏิบัติ โดยแนะแนวทางปฏิบัติในทางสากล  

- หากประชาชนเห็นสัญญาณไฟและได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนให้ตั้งสติ ไม่ต้องตกใจ

- พยายามมองกระจกหลัง เพื่อกะระยะของรถพยาบาลที่วิ่งมา

- เมื่อพิจารณาปริมาณรถทั้งซ้ายและขวาที่อยู่ใกล้แล้วพบว่าไม่มีอันตราย และเราสามารถเบี่ยงชิดซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถและเบี่ยงซ้าย เพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลทันที

- หากไม่สามารถหลีกทางได้ด้วยเพราะสภาพรถที่หนาแน่นและมีอันตรายก็ให้หยุดชะลอรถให้นิ่ง เพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านเราไปให้ได้

- เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งผ่านไปแล้วห้ามขับตามเด็ดขาด

- กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดีให้พิจารณาว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวาดีถ้าไม่มีใครหลีกทางให้ให้ผู้ขับขี่เลือกว่าจะหลบทางไหนและเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉินได้แซงผ่านไปได้สะดวก 

ทั้งนี้ คนขับรถพยาบาลเองก็ต้องมีความระมัดระวัง และจะต้องแซงรถคันอื่นอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

6 วิธีให้ทาง "รถฉุกเฉิน" ไม่หลบถูกปรับ 500 บาท

 

 

กลับขึ้นด้านบน