ทลายแหล่งเซิฟเวอร์เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์-ผิดกฎหมาย

ทลายแหล่งเซิฟเวอร์เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์-ผิดกฎหมาย

ทลายแหล่งเซิฟเวอร์เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์-ผิดกฎหมาย

รูปข่าว : ทลายแหล่งเซิฟเวอร์เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์-ผิดกฎหมาย

ดีเอสไอร่วมกับ กสทช.ตรวจค้นแหล่งเซิฟเวอร์ของเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ สร้างความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท พบมีการเผยแพร่รายการโทรทัศน์ สื่อลามกอนาจร พนันฟุตบอลออนไลน์และปล่อยให้เช่าสัญญาณกับเว็บไซต์รายอื่นที่มีการเผยแพร่ผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมตรวจค้นสถานที่เป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง รวม 19 จุด เพื่อจัดเก็บพยานหลักฐานในปฏิบัติการตรวจค้นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์และพนันออนไลน์รายใหญ่ระดับประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 120 นาย เข้าตรวจค้นผู้ดูแลระบบ ผู้จดทะเบียนเว็บไซต์ ผู้ที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้ในการกระทำผิดและกล่องถ่ายทอดสัญญาณ โดยการตรวจค้นเว็บไซต์ พบผู้ให้บริการแม่ข่ายเช่าเซิร์ฟเวอร์และทำการปล่อยสัญญาณ หรือสตรีมมิ่ง ให้กับเว็บไซต์ผิดกฎหมายต่างๆ มีการคิดค่าบริการตั้งแต่ 70,000-100,000 บาทต่อเดือน


สำหรับเว็บไซต์ที่กระทำความผิด มีทั้งที่เป็นเว็บไซต์ดูภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีผู้เข้าชมภาพยนตร์กว่า 25 ล้านคนต่อเดือน โดยเป็นเว็บไซต์ให้ดูภาพยนตร์ออนไลน์ฟรี แต่แฝงโฆษณาขายภาพยนตร์ลามกอนาจารและเว็บไซต์พนันฟุตบอล ซึ่งจะเรียกเก็บค่าสมาชิกเดือนละ 250-350 บาทและจะจ้างชาวเมียนมาเปิดบัญชีรับโอนเงิน

นอกจากนี้ยังพบเว็บไซต์ให้บริการผ่านเอเย่นต์ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ขายกล่องแอนดรอยด์บ็อกซ์ที่บรรจุแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

 

จากการสืบสวนพบว่ามผู้เกี่ยวข้อง 20 คน เป็นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ จบปริญญาโทด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มารวมตัวกันทำ และพบว่า ในรอบ 2-3 ปี สามารถทำรายได้จากเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ถึง 300 ล้านบาท ยังไม่นับรวมรายได้ที่มาจากช่องทางอื่น

อีกทั้งยังพบว่า ผู้ให้บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์จะละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล เพื่อเปิดให้ดูฟรี แล้วจูงใจให้เล่นพนันผลบอล ซึ่งผู้ประกอบการซื้อแฟรนไชส์บ่อนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นตัวการรายใหญ่ที่เชื่อมโยงถึงเจ้าของกิจการตัวจริง


โดยหลังจากนี้เมื่อได้พยานหลักฐานครบถ้วนจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับทุกคน ส่วนเว็บไซต์ที่เข้าตรวจค้นถูกระงับสัญญาณแพร่ภาพทั้งหมดแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าติดตามว่าจะเปิดเว็บไซต์อื่นเพื่อกระทำความผิดต่อไปอีกหรือไม่

ขณะที่นายสุธีระ พึ่งธรรม รักษาการผู้อำนวยการ กสทช.ภาค 1 กล่าวว่า กสทช.ได้ร่วมตรวจค้นกับภารกิจครั้งนี้ พบกล่องแอนดรอยด์บ็อกซ์จำนวนมาก ในส่วนของ กสทช.จะตรวจสอบว่ากล่องแอนดรอยด์บ็อกซ์ที่พบมีใบอนุญาตนำเข้า และมีใบอนุญาตจำหน่ายหรือไม่

 

กลับขึ้นด้านบน