"ฉลามเสือดาว" อวดโฉมครั้งแรกรอบ 5 ปีหมู่เกาะสิมิลัน

"ฉลามเสือดาว" อวดโฉมครั้งแรกรอบ 5 ปีหมู่เกาะสิมิลัน

"ฉลามเสือดาว" อวดโฉมครั้งแรกรอบ 5 ปีหมู่เกาะสิมิลัน

รูปข่าว : "ฉลามเสือดาว" อวดโฉมครั้งแรกรอบ 5 ปีหมู่เกาะสิมิลัน

ข่าวดี ! ทีมสำรวจกรมอุทยานฯ-นักวิชาการ พบฉลามเสือดาว 2 ตัว สัตว์ทะเลหายากในรอบ 5 ปีกลับมาอาศัยและหากินอยู่บริเวณเกาะปายู เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา คาดผลพวงจากมาตรการคุมนักท่องเที่ยวได้ผลดี

วานนี้ (16 ธ.ค.2561) เพจเฟชบุ๊กส่วนประชาสัมพันธ์ุกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานว่า นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เผยแพร่ข่าวดีว่ากลุ่มนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ต่างแสดงความดีใจอย่างมากหลังสำรวจพบฉลามเสือดาว สัตว์ทะเลหายากกลับมาอาศัยหากินอยู่บริเวณ ด้านทิศตะวันออกของเกาะ 7 หรือเกาะปายู ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา หลังจากไม่เคยมีรายงานการเจอฉลามเสือดาวมานาน 5 ปี

ฉลามที่พบเป็นคู่ 2 ตัวมีท่าทีเป็นมิตรกับนักดำน้ำ และว่ายเข้ามาให้นักสำรวจความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมใต้น้ำ รวมถึงแนวปะการังที่เคยได้รับความเสียหายจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

เอมเมลลี่ วิคมันน์ อาสาสมัครชาวเยอรมัน บอกว่า รู้สึกมีความสุข และตื่นเต้นที่ได้มาร่วมปฏิบัติการดำน้ำสำรวจ และเก็บข้อมูลต่าง ๆ บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน เป็นครั้งแรกที่ได้พบสิ่งมีชีวิตใต้น้ำทางทะเลที่หลากหลาย

ส่วนตัวคิดว่าเป็นความมหัศจรรย์ของทะเลอันดามัน บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน ทำให้เกิดความประทับใจต่อแหล่งดำน้ำในหมู่เกาะสิมิลันอย่างมาก โดยเฉพาะจุดดำน้ำที่เกาะ 7 หรือเกาะปายู เกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน รวมทั้งอ่าวนำชัย และอ่าวคนแก่ บริเวณเกาะ 9 หรือเกาะบางู ซึ่งทุกจุดล้วนมีความสวยงาม มหัศจรรย์ที่แตกต่างกันไป

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

คาดผลจากมาตรการคุมการท่องเที่ยว

นายพงศ์ธีระ บัวเพชร นักวิชาการ ประจำคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต เปิดเผยว่า การพบฉลามเสือดาว ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน เป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เกิดความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เป็นผลมาจากกรมอุทยานมีการบริหารจัดการที่ดีพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม  เช่น มาตรการลดจำนวนนักท่องเที่ยว มาตรการลดและควบคุมขยะ เชื่อได้ว่าในอนาคต หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบหมู่เกาะสิมิลันจะกลับมาสวยงาม อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อเหมือนกับ 20 ปีก่อน

ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา เป็นแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก  ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จนขณะนี้กรมอุทยานฯ มีมาตรการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิน 3,850 ต่อวัน ในจำนวนนี้รวมนักท่องเที่ยวดำน้ำลึกไว้ด้วย 525 คนต่อวัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

1 ม.ค.62 ปรับค่าเรือเข้า "เกาะสิมิลัน" อัตราใหม่ 500 - 2,000 บาท

9 ต.ค.นี้ ดีเดย์ห้ามพักค้างแรม "หมู่เกาะสิมิลัน"

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน