"ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ" นิยามผบ.ตร.และ 10 ฉายานายตำรวจปี 2561

"ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ" นิยามผบ.ตร.และ 10 ฉายานายตำรวจปี 2561

"ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ" นิยามผบ.ตร.และ 10 ฉายานายตำรวจปี 2561

รูปข่าว : "ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ" นิยามผบ.ตร.และ 10 ฉายานายตำรวจปี 2561

เปิดฉายา 10 นายตำรวจปี 2561 ของสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรม โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้นิยาม "ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ" ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ได้รับฉายา "นายพล License ” ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ฉายา" มือปราบดอกเบี้ยโหด ”

วันนี้ (23 ธ.ค.2561) นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการคัดเลือกและพิจารณา การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดปีที่ผ่านมา เปิดเผยฉายาตำรวจประจำปี 2561จำนวน 11 นาย ดังนี้ 

 

“ลูกผู้ชายที่ชื่อ แป๊ะ”

ลำดับที่ 1 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คำนิยาม “ลูกผู้ชายที่ชื่อ แป๊ะ” ในปีนี้ผู้สื่อข่าวลงความเห็นว่าจะไม่มีการตั้งฉายาให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ (ผบ.ตร.) แต่ได้เปลี่ยนเป็นการให้คำนิยามตามภาพที่เห็นแทน เพราะปีที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ทำงานและดูแลคดีใหญ่ๆด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น อีกทั้งยังร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเป็นกันเองโดยไม่ถือตัวถือยศถือตำแหน่งจนทำให้ได้ใจลูกน้องไปเต็มๆเรียกได้ว่าไม่มีคำบรรยายใดๆจริง สำหรับ “ลูกผู้ชายที่ชื่อแป๊ะ”

 

“ ซานต้า อวบ ”

ลำดับที่ 2.พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา“ ซานต้า อวบ ” เนื่องมาจากการลงพื้นที่แถลงข่าวและดูการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกพื้นที่ๆมีผลงานการจับกุมคดีต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ท่านไม่เคยทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานเหนื่อยแต่เพียงลำพัง โดยจะมีการมอบรางวัลให้กับชุดทำงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งไป จนเป็นที่มาของฉายา “ซานต้า อวบ ”

 

 

“นายพล License ”

ลำดับที่ 3. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ นายพล License ” จากกรณีที่ท่านได้ลงพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เพื่อตรวจดูการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ภายในถ้ำ ซึ่งขณะเดินตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีการสอบถามเจ้าหน้าที่ๆกำลังทดสอบบินโดรน โดยมีการตั้งคำถามว่ามีใบอนุญาตหรือเปล่า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาพล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ได้มีการชี้แจงว่าการบินโดรนต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำให้ถูกต้องเพื่อเป็นตัวอย่าง และหากนำโดรนหลาย ตัวไปบินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีการควบคุม อาจทำให้ขัดขวางการปฎิบัติงานส่วนอื่น เช่น การนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปบินค้นหาก็จะทำไม่ได้ จนเป็นที่มาของ ฉายา “นายพล License”

 

“นายพล ล้านวิว ”

ลำดับที่ 4. พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ นายพล ล้านวิว ” ถือได้ว่าเป็นนายตำรวจน้ำดีอีกท่านหนึ่งที่มีประชาชนติดตามการทำงานเป็นจำนวนมาก มีผลงานปรากฏต่อสายตาประชาชนในการทำคดีต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการลงพื้นที่ช่วยเหลือค้นหาทีม 13หมูป่า ที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งถือว่าเป็นนายพลตำรวจคนแรกที่ลงพื้นที่ นำทีมเดินค้นหาอยู่และนอนในป่าแบบเรียบง่าย อีกทั้งเป็นนายตำรวจที่มี สัจจะวาจา บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าแม่ดอยนางนอน ที่คุ้มครองน้องๆ 13 คนจนปลอดภัย ซึ่งทำให้มีผู้ติดตามดูข่าวการทำงานของท่านผ่านทางโซเชียล เป็นจำนวนมากถึง 4 ล้าน 7 แสน คน เรียกได้ว่าเป็นนายตำรวจขวัญใจประชาชนอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของฉายา “ นายพล ล้านวิว ”

 

“ เด่น ปักกลด ”

ลำดับที่ 5. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา เนื่องจากตอนที่ท่านดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค.3 ได้จัดทำโครงการประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด (ปักกลด) โดยให้ตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้าน ชุมชนที่มียาเสพติดแพร่ระบาด แบบไปกินนอนในหมู่บ้าน ชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนในเรื่องต่างๆ และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติดร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาเป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีการนำเอาไปใช้ในหลายจังหวัด จนเป็นที่มาของฉายา “เด่น ปักกลด ”

 

“สวาทแคท “

ลำดับที่ 6. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฉายา “สวาทแคท “( S.W.A.T CAT) ครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ให้ความสนใจคดีคดีโจรผัวเมียอุ้มหมา อุ้มแมว ตระเวนลักทรัพย์ ไปหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องนานกว่า 15 ปี ได้ทรัพย์สินไปกว่า 20 ล้านบาท สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนสุดท้ายก็สามารถตามจับตัวมาได้ทั้งสองคน รวมทั้งยังให้ความสำคัญหน่วย S.W.A.Tในสังกัด ส่งทีมไปแข่งขัน และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง จึงเหมาะกับฉายา” สวาท แคท” 

 

“นายพล ตีนตุ๊กแก ”

ลำดับที่ 7. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้รับฉายา “นายพล ตีนตุ๊กแก ” เรียกได้ว่ายึดตำแหน่งเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งๆที่ปีที่ผ่านมาในพื้นที่มีคดีอาชญากรรมใหญ่ๆเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิงทรัพย์ร้านทอง ปล้นรถขนเงิน ตัดตู้เอทีเอ็ม ที่ยังจับไม่ได้ ยาเสพติด แต่ยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลพื้นที่ต่อ จึงเป็นที่มาของ ฉายา “ นายพล ตีนตุ๊กแก ”

 

“ มือปราบดอกเบี้ยโหด ”

ลำดับที่ 8. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับฉายา “ มือปราบดอกเบี้ยโหด” จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความเดือนร้อนของชาวบ้าน เกี่ยวกับเรื่องเงินกู้นอกระบบ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ลุย ปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด ได้อย่างจริงจังสามารถยึดโฉนดที่ดิน นำกลับมาคืนให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า 10,000 ฉบับ เนื้อที่รวม กว่า 3 หมื่นไร่ มูลค่ามากกว่า 13.000 ล้านบาท จนเป็นที่มาของฉายา “ มือปราบดอกเบี้ยโหด ”

 

“ผู้การหวยเด้ง ”


ลำดับที่ 9. พล.ต.ต.สุทธิ พวง พิกุล อดีต ผู้บังคับการภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับฉายา “ ผู้การหวยเด้ง ” จากคดีแย่งสิทธิ์หวย 30 ล้านบาท ถึงแม้จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี จากกรณีดังกล่าวทำให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการภูธรตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในขณะนั้น ถูกหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในการทำคดีนี้ จนถูกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้บังคับการภูธรจังหวัดกาญจนบุรี มาปฏิบัติงานที่ ศปก.ตร. จนเป็นที่มาของฉายา “ ผู้การหวยเด้ง ”

 

 

“บิ๊ก ป๋อ สายโหด ”


ลำดับที่ 10. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้รับฉายา “ บิ๊กป๋อ สายโหด ” เห็นบุคลิกท่านเป็นคนยิ้มแย่มแจ่มใสเรียบร้อย แต่หลังจากเข้ามารับตำแหน่งดูแลปราบปรามด้านยาเสพติดได้เพียง 3 เดือน ลูกน้องวิสามัญแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ไปแล้ว 2 ราย แถมขยายผลไปจับกุมคนร้ายและลุยยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 180 ล้าน ในระยะเวลาสั้นๆทำให้กลุ่มพวกค้ายาเสพติดหวาดกลัว จึงเป็นที่มาของ ฉายา “บิ๊ก ป๋อ สายโหด ”

 

“หลวงที่ถูกลืม”


อันดับที่ 11 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.ฉายา “หลวงที่ถูกลืม” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีชื่อเล่นว่า “หลวง” ในปี 2559 ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานมั่นคง มีงานสำคัญ ได้แก่ การดูแลความสงบเรียบร้อย การตัดสินคดีรับจำนำข้าว ที่มีอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย แม้ว่าในวันตัดสินคดี อดีตนายกฯ จะไม่มาฟังคำพิพากษา แต่มีมวลชนมาให้กำลังใจมากถึง 3,000-4,000 คน ก็สามารถบริหารจัดการดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยปี 2561 ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานป้องกันปราบปรามช่วงบอลโลกปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก จับกุมผู้ต้องหาได้เป็นจำนวนมากอายัดเงินในบัญชีเจ้ามือ และผู้เล่น ได้มากกว่า 100 ล้านบาท ถือว่าเป็นนายตำรวจน้ำดี ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจและมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน สามารถทำงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายได้สำเร็จลุล่วง อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อ ปี 2559 ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “หลวงตามสั่ง” จาก 3 ปีที่ผ่านมาเมื่อมีการพิจารณาแต่งตั้งยศที่สูงขึ้น พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กลับไม่ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งจึงเป็นที่มาของฉายา “หลวงที่ถูกลืม”

 


 

กลับขึ้นด้านบน