คุมตัวกลับมาดำเนินคดี "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 26 คนไทยในกัมพูชา

คุมตัวกลับมาดำเนินคดี "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 26 คนไทยในกัมพูชา

คุมตัวกลับมาดำเนินคดี "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 26 คนไทยในกัมพูชา

รูปข่าว : คุมตัวกลับมาดำเนินคดี "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 26 คนไทยในกัมพูชา

ตำรวจรับมอบตัวผู้ต้องหาคดีคอลเซ็นเตอร์ 26 คน หลังร่วมบูรณากับประเทศกัมพูชา จับกุมผู้ต้องที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นที่ตั้งหลอกลวงผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2561 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) แถลงหลังรับมอบผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย 26 คน จากประเทศกัมพูชากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังทางการไทยร่วมกับทางการกัมพูชาบูรณาการเข้าตรวจค้นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เข้ามาใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้ง

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 26 คน ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และนำผู้ต้องหามาตรวจร่างกายก่อนจะสอบปากคำและแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และรับผิดตามที่สมาชิกหรือผู้สมคบได้ลงมือกระทำผิดฉ้อโกงประชาชนตามที่ตกลงกัน

การจับกุมครั้งนี้ ทางการประเทศกัมพูชาได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้หารือแนวทางปราบปรามร่วมกับทางการไทยจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง One World One Team หรือ ตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เผยข้อมูลการปราบปรามกลุ่มคอลเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย พบว่า เกือบทุกประเทศจะถูกใช้เป็นฐานตั้งจุดปฏิบัติการ ที่ผ่านมาร่วมกันปราบปรามมาแล้ว 9 ครั้ง ใน 7 ประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สามารถจับผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 160 คน

ทั้งนี้จึงขอเตือนประชาชนว่าหากสงสัยไม่มั่นใจปลายสาย อย่าทำธุรกรรมการเงินโดยง่ายหรือหากโอนเงินไปแล้ว สงสัยว่าอาจเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ให้รีบแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ ปปง. สายด่วน 1710 อายัดเงินก่อนสายเกินไป

 

กลับขึ้นด้านบน