1 ปี ไม่จบ "ประวิตร" อ้างนาฬิกาคืนเพื่อนหมดแล้ว

1 ปี ไม่จบ "ประวิตร" อ้างนาฬิกาคืนเพื่อนหมดแล้ว

1 ปี ไม่จบ "ประวิตร" อ้างนาฬิกาคืนเพื่อนหมดแล้ว

รูปข่าว : 1 ปี ไม่จบ "ประวิตร" อ้างนาฬิกาคืนเพื่อนหมดแล้ว

ป.ป.ช.ใช้เวลาสำหรับการเก็บหลักฐานสอบถามพยานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณี "นาฬิกาหรู" มากว่า 1 ปี แล้ว แม้วันนี้จะยังไม่มีผลสรุปเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่ไทยพีบีเอสได้ย้อนเหตุการณ์ที่มานาฬิกาหรูสู่การตรวจสอบของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้

เป็นคนรู้จักของผม มันไม่ใช่ของผม ก็ยืมเขามา แล้วใส่เป็น 10 ปีแล้ว ตอนนี้คืนเขาไปหมดแล้ว 

จากจุดเริ่มต้นมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี สำหรับการเก็บหลักฐานสอบถามพยานที่เกี่ยวข้อง นับแต่มีการเปิดประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีภาพปรากฎการสวมใส่นาฬิกายี่ห้อดังที่มีมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่า ทรัพย์สินที่ พล.อ.ประวิตร ครอบครองนั้น ไม่ปรากฎในการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ตามที่กฎหมายกำหนด และสุดท้าย พล.อ.ประวิตร ยอมรับในเอกสารชี้แจงว่า ยืมเพื่อนมาทั้งหมด

ทรัพย์สินที่ พล.อ.ประวิตร ครอบครอง ไม่ปรากฎในการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินสุดท้าย พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า ยืมเพื่อนมาทั้งหมด

ย้อนเหตุการณ์ภาพแรก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับนาฬิกาหรู ที่ปรากฎสู่สาธารณชน ระหว่างร่วมถ่ายภาพหมู่ ค.ร.ม.ประยุทธ์ 5 วันที่ 4 ธ.ค.2560 หลังจากพล.อ.ประวิตร ยกมือบังแสงแดดหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และหยอกล้อกับสื่อมวลชน จนบานปลายสั่นคลอนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

เมื่อเกิดเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ ตั้งประเด็นสงสัยถึงการครอบครองนาฬิกายี่ห้อดัง ราคาเกือบ 5 ล้านบาท และนำไปสู่การเผยแพร่ภาพ พล.อ.ประวิตร กับนาฬิกาหรูอีกกว่า 20 เรือน ตั้งแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก ด้วยประเด็นร้อน และอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงเป็นที่มาให้ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบ หลังจากมีผู้ร้องในหลายประเด็น

ทั้งกรณีกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อันเป็นเท็จ ร่ำรวยผิดปกติ การรับประโยชน์จากบุคคลอื่นเกิน 3,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วย ป.ป.ช.ปี 2542 มาตรา 32 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และมาตรา 103 ห้ามรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท แต่การตรวจสอบประเด็นนี้ต่อผู้มีอำนาจในรัฐบาล ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทายและพิสูจน์บทบาทของ ป.ป.ช. โดย ป.ป.ช.มอบหมายให้สำนักตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและการมีอยู่จริง พร้อมทั้งเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหนังสือชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรเข้ามาให้ข้อมูล

ส่วน พล.อ.ประวิตร ยืนยัน ทั้งต่อ ป.ป.ช.และสาธารณชนว่า เป็นนาฬิกาที่ยืมมาจากเพื่อนเพียงคนเดียวจำนวน 22 เรือน แต่กระบวนการแสวงหาหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดล่าช้านานกว่า 1 ปี เนื่องจากการขอรายละเอียดหมายเลขประจำตัวเรือน จากบริษัทผู้ผลิตจำหน่ายนาฬิกาในต่างประเทศเป็นไปด้วยความลำบากและไม่สามารถระบุชื่อเจ้าของนาฬิกาได้

ขณะเดียวกันไม่ว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นบวกหรือลบต่อ พล.อ.ประวิตร ก็ยากจะพ้นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงประเด็นทางการเมืองและภาพลักษณ์ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยภาพของ พล.อ.ประวิตร ที่ผูกโยงสายสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่า พล.อ.ประวิตร จะย้ำว่า กระบวนสอบสวนของป.ป.ช.ไม่สามารถช่วยเหลือใครให้พ้นผิดได้

 

กลับขึ้นด้านบน