วันแรก "7 วันอันตราย" เสียชีวิต 42 คน

วันแรก "7 วันอันตราย" เสียชีวิต 42 คน

วันแรก "7 วันอันตราย" เสียชีวิต 42 คน

รูปข่าว : วันแรก "7 วันอันตราย" เสียชีวิต 42 คน

ศปถ.กำชับจังหวัดเพิ่มความเข้นข้นดูแลเส้นทางสู่ภูมิภาค คุมเข้มลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยวันแรก (27 ธ.ค.2561) ของสถิติ 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุ 420 ครั้ง เสียชีวิต 42 คน บาดเจ็บ 432 คน โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ ขอนแก่น และลพบุรี

วันนี้ (28 ธ.ค.2561) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธ.ค.2561 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 420 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 คน บาดเจ็บ 432 คน

 

 

"เมาแล้วขับ" สาเหตุหลักอุบัติเหตุ

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 37.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 21.19 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.95 ส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.90 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 34.52 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.22 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,042 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 53,239 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 637,544 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 114,177 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 34,165 คน ไม่มีใบขับขี่ 30,923 คน ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 14,411 คนโดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 19 ครั้ง จ.ราชบุรี 19 ครั้ง, จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จ.ขอนแก่น 4 คน และ จ.ลพบุรี 4 คน, จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 20 คน

 

เข้มบังคับใช้กฎหมาย ลดอุบัติเหตุ

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่าง ๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางเลี่ยงที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด เข้มข้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหลัก เพื่อกวดขันปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุตามมาตรการ 10 รสขม โดยเฉพาะขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ เข้มงวดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ในผู้ขับขี่ทุกคนกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บและชีวิต

นอกจากนี้ เน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่จัดกิจกรรมรื่นเริงต่าง ๆ กำชับผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่าให้ตรวจสอบสภาพรถให้มีความปลอดภัย และผู้เช่ารถต้องมีใบอนุญาตขับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนกับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนวางแผนการใช้เส้นทางก่อนออกเดินทางหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางเลี่ยง ทางลัดที่เป็นจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน พร้อมเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ

 

 

เปิดช่องทางพิเศษ ระบายรถช่วงปีใหม่

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่าง ๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน โดยเฉพาะเส้นทางรอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง

 

แนะพักผ่อนเพียงพอ-ตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทาง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัด ตรวจสอบและประสานข้อมูลอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และความคุ้มครองการประกันภัย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำวันนี้ (28 ธ.ค.61) ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางออกสู่ต่างจังหวัด ซึ่งการขับรถในช่วงกลางคืนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ ศปถ. จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสภาพรถ และเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย หากมีอาการง่วงนอนให้จอดพักรถพักคนในบริเวณที่ปลอดภัยหรือจุดบริการบนเส้นทางต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ กรณีพบเห็นหรือเกิดอุบัติเหตุทางถนน สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ทาง สายด่วนนิรภัย 1784 หรือ 1669 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

กลับขึ้นด้านบน