อุบัติเหตุปีใหม่ยอดตายพุ่ง 314 คนบาดเจ็บ 2,848 คน

อุบัติเหตุปีใหม่ยอดตายพุ่ง 314 คนบาดเจ็บ 2,848 คน

อุบัติเหตุปีใหม่ยอดตายพุ่ง 314 คนบาดเจ็บ 2,848 คน

รูปข่าว : อุบัติเหตุปีใหม่ยอดตายพุ่ง 314 คนบาดเจ็บ 2,848 คน

ศปถ.สรุป 5 วันของการรณรงค์ 7 วันเทศกาลปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ 2,761 ครั้ง เสียชีวิต 314 คน บาดเจ็บ 2,848 คน กำชับจุดตรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มข้นบนถนนสายหลัก สายรอง ทางลัด ทางเลี่ยงเมือง ป้องกันอุบัติเหตุคนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาที่อาจอ่อนล้าเสี่ยงหลับใน

วันนี้ (1 ม.ค.2562) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธ.ค.2561 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ โดยเกิดอุบัติเหตุ 569 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 72 คน ผู้บาดเจ็บ 519 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ดื่มแล้วขับร้อยละ 44.82 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.88 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.62

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ จ.นครราชสีมา 23 ครั้ง และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จ.ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี จังหวัดละ 4 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด จ.นครศรีธรรมราช 27 คน

สรุปสถิติสะสม 5 วันตั้งแต่วันที่ 27-31 ธ.ค.2561 เกิดอุบัติเหตุ รวม 2,761 ครั้ง เสียชีวิตรวม 314 คน บาดเจ็บรวม 2,848   คน

 

คุมเข้มเส้นทางสายหลัก-รับมือคลื่นคนกลับกทม.

นพ.ประพนธ์  กล่าวว่า  วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ทำให้เส้นทางสายหลักจากภูมิภาคต่างๆ ที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น ประกอบกับการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อาจทำให้ผู้ขับขี่มีอาการอ่อนล้า จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่วงหลับใน

จึงกำชับให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้น การปฏิบัติงานของจุดตรวจบนเส้นทาง สายหลัก สายรอง ทางลัด และทางเลี่ยงเมือง เพื่อชะลอความเร็วรถและประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ พร้อมดูแลจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ

โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางยาวที่ผู้ขับขี่มักใช้ความเร็วสูงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน รวมถึงให้คุมเข้มความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ โดยเพิ่มการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะและตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรุนแรง

ส่วนปีนี้แม้จากสถิติสะสม 4 วัน เมาแล้วขับ แม้จะลดลงร้อยละ 19 แต่ปัจจุบันกลับพบกลุ่มเด็กต่ำกว่าอายุ 20 ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีการตรวจพบแอลกอฮอล์มากขึ้น

ขณะที่ปัจจุบันกรณีเกิดอุบัติเหตุ ยังคงต้องมีหนังสือส่งตรวจแอลกอฮอล์ให้แพทย์ถึงจะทำการตรวจได้ซึ่งไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับในการบังคับใช้ ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุต้องตรวจทันทีทุกคน จึงทำให้ยังพบช่องโหว่ที่เลี่ยงการตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้

เน้นเรียกตรวจประเมินความพร้อมก่อนขับขี่

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒ นาเมือง กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ สั่งการจังหวัดสนธิ กำลังอาสาสมัครอำนวยการจราจร และดูแลความปลอด ภัยแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง เน้นการเรียกตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการง่วงหลับใน

โดยวันนี้ บางพื้นที่ยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองและงานรื่นเริง ศปถ. จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการมาตรการทางสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านชุมชนเข้มข้นการเฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ รวมถึงให้เข้มข้นการดูแลเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ ที่ประชาชนใช้เป็นทางลัดออกสู่ถนนสายหลัก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่อาจเกิดขึ้น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศปถ.สรุปอุบัติเหตุ 4 วัน เสียชีวิต 236 คน เจ็บ 2,265 คน

 

กลับขึ้นด้านบน