พิษปาบึก! เรือประมงล่ม เสียชีวิต 1 คน จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย

พิษปาบึก! เรือประมงล่ม เสียชีวิต 1 คน จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย

พิษปาบึก! เรือประมงล่ม เสียชีวิต 1 คน จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย

รูปข่าว : พิษปาบึก! เรือประมงล่ม เสียชีวิต 1 คน จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย

เกิดเหตุเรือล่ม บริเวณอ่าวไทย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือลูกเรือได้ 4 คน แต่มีผู้เสียชีวิต 1 คน และยังสูญหายอีก 1 คน จากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึกที่เคลื่อนผ่าน จ.ปัตตานี

วันนี้ (4 ม.ค.2561) พตท.ธีร์รชสิษ เจี่ยงเพ็ชร สว.ตม.ปัตตานี ระบุว่า เกิดเหตุเรือประมงล่มในทะเล บริเวณอ่าวปัตตานี อ.ยะหริ่ง เมื่อเวลา 03.00 น. โดยเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำปัตตานี ร่งให้ความช่วยเหลือจนสามารถช่วยลูกเรือประมงที่กำลังลอยคออยู่กลางทะเลได้ 4 คน ได้แก่ นายสุรินทร์ บินต้วน ไต๋เรือ, นายสันทัด มัชมลฑล, นายประจักษ์ สาระรัตน์ และนายธีรยุทธ ขุนพระบาท และพบผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายปราโมย์ วงศ์สุวรรณ อายุ 47 ปี


ขณะที่มีลูกเรืออีก 2 คน ยังสูญหาย ต่อมาเวลา 11.00 น. พบลูกเรือที่สูญหาย 1 คน ลอยขึ้นฝั่งบริเวณ ม.3 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จากการสอบสวนทราบว่า เรือประมงที่ล่มชื่อว่า เรือโชคมลิณี เป็นเรือขนาด 40 ตันกรอส มีลูกเรือประมง จำนวน 6 คน

ก่อนเกิดเหตุเรือลำดังกล่าวกำลังเดินทางกลับ จ.สงขลา แต่ปรากฏว่าได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าให้เรือประมงที่อยู่กลางทะเลรีบกลับเข้าฝั่งหรือหาพื้นที่หลบพายุโซนร้อนปาบึกที่กำลังจะเคลื่อนเข้ามาถึง จ.ปัตตานี ทำให้เรือลำดังกล่าวต้องเลี้ยวกลับมาจอดหลบอยู่บริเวณอ่าวไทย อ.ยะหริ่ง ร่วมกับเรือประมงลำอื่นๆ อีก 30 ลำ 


จนกระทั่งช่วงเกิดเหตุ ลมพายุโซนร้อนปาบึกเคลื่อนเข้ามาบริเวณอ่าวไทยอย่างรุนแรงทำให้เกิดคลื่นสูงซัดเรือประมงลำดังกล่าวล่มจมลงทะเล โดยเรือประมงที่จอดเทียบใกล้เคียงได้วิทยุขอความช่วยเหลือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบมาช่วยเหลือ

นายสุรินทร์ บินต้วน ไต๋เรือ ระบุว่า ตอนนั้นลมแรงและคลื่นสูงประมาณ 5 เมตร ทำให้รู้สึกผวา เป็นห่วงลูกน้อง สั่งให้ทุกคนใส่เสื้อชูชีพและเตรียมทุ่นไว้ เพราะรู้แล้วว่าปั๊มน้ำไม่ทัน โดยทุกคนอยู่ในทะเลประมาณ 2 ชั่วโมง ตอนเรือล่มก็มองหาลูกเรือคนอื่น แต่ไม่พบใคร เห็นเพียงแค่คลื่นทะเลอย่างเดียว 

ผมออกเรือจากสงขลามาตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.แล้ว เลยไม่ทราบเรื่องพายุโซนร้อนปาบึก พอทราบข่าวจึงหันเรือไปหลบตรงอ่าวไทย อ.ยะหริ่ง เพราะคิดว่าน่าจะพอบังได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำเรือพร้อมเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย และผู้เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปค้นหาลูกเรือที่ยังสูญหาย พร้อมประสานไปยังเจ้าของเรือให้รับทราบ ส่วนที่จะดำเนินการตามเกี่ยวกับการกู้เรือนั้นต้องรอดูสถานการณ์พายุปาบึกก่อนว่าผ่านพ้น จ.ปัตตานีแล้วหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ พบหัวเรือโผล่มาจากน้ำทะลแล้ว

 

กลับขึ้นด้านบน