กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

รูปข่าว : กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ ฉบับที่ 19 ชี้ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกมีศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุม จ.สุราษฎร์ธานี ในระยะต่อไป ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (4 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ฉบับที่ 19 เมื่อเวลา 17.00 น. โดยระบุว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกมีศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 8.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุม จ.สุราษฎร์ธานี ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนได้ โดยมีผลกระทบดังนี้

ในวันที่ 4 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 5 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 ม.ค.2562

 

หวั่น "ปาบึก" เคลื่อนช้า ทำน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ขณะนี้พายุขึ้นมา อย่างรวดเร็ว เมื่อขึ้นฝั่งความเร็วก็ยังคงเดิม คือ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อใกล้จะเข้าตัวเมืองกลับเคลื่อนตัวช้าลง เมื่อเคลื่อนตัวช้า จะทำให้มีการสะสมพลังงาน จนทำให้มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่การหมุนจะยังไม่เร็ว เนื่องจากมีภูเขากั้น

อยากให้พายุเคลื่อนเร็วๆ เพราะถ้าเคลื่อนช้ามันอันตราย ถ้าฝนตกหนักจะตกแช่ ซึ่งถ้าตก 2-3 ชั่วโมง มีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ทั้งน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวอีกว่า การเคลื่อนตัวช้าเช่นนี้ จะทำให้มีการใช้เวลามากขึ้นที่พายุโซนร้อนปาบึกจะเคลื่อนผ่านประเทศไทย แทนที่จะเคลื่อนตัว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเคลื่อนตัวช้าอาจจะเคลื่อนได้เพียง 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้เสียเวลาไปบ้าง แต่กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงคาดการณ์ว่า ในวันที่ 5 ม.ค.นี้ พายุจะขยับตัวไปทางทิศตะวันตก และจะลงทะเลในเวลาต่อไป 

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขา แนวลุ่มน้ำ หรือพื้นที่ที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ให้ระมัดระวังอย่างมากในคืนนี้ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ หากกลางคืนฝนตกหนัก แล้วน้ำไหลหลากต้องมีการวางแผนให้ดีว่าจะทำเช่นไร หรือหากเป็นไปได้ต้องแบ่งเวรยามไว้เฝ้าระวังตลอดทั้งคืน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปาบึก"ขึ้นฝั่งแล้ว แนวโน้มอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน

 

กลับขึ้นด้านบน