ชทพ.เรียกร้องรัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนจากพายุปาบึก

ชทพ.เรียกร้องรัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนจากพายุปาบึก

ชทพ.เรียกร้องรัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนจากพายุปาบึก

รูปข่าว : ชทพ.เรียกร้องรัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนจากพายุปาบึก

พรรคชาติไทยพัฒนา เรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกให้ดี รวดเร็ว ทั่วถึง และเพียงพอ เช่นเดียวกับการเตรียมการรับมือก่อนเกิดภัยที่ทำได้ดี

วันนี้ (6 ม.ค.2562) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกที่พัดถล่มภาคใต้ของไทยว่า ทางพรรคชาติไทยพัฒนาได้มอบให้ตัวแทนของพรรคในพื้นที่เข้าติดตามดูแลประชาชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับรายงานจากนายนิติศาสตร์ ทองสมัคร ว่าบริเวณ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบหนักมากทั้งที่พักอาศัย บ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา แถวชายทะเล หรือแม้แต่สวนผลไม้เชิงเขาได้รับความเสียหายมากเช่นกัน

ด้านนายมณี เหมทานนท์ ได้รายงานว่าในพื้นที่ อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร บ้านเรือนและพื้นที่ประมงชายฝั่งทั้งเรือประมงและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายมาก ส่วนในพื้นที่ จ.สงขลา นายจรัญ อดุลย์พันธุ์ สมาชิกพรรคผู้ดูแลพี้นที่แจ้งว่าฝั่งสงขลานั้นเสียหายไม่มากนัก เมื่อเทียบกับฝั่งนครศรีธรรมราช

นายนิกร กล่าวว่า ในฐานะเป็นคนในพื้นที่และติดตามภัยในภาคใต้มาตลอด จากการตรวจสอบข้อมูลจากผู้รับผิดชอบของพรรคในพื้นที่ เห็นว่าการเตรียมการรับภัยของรัฐบาล ทำได้ครอบคลุม รัดกุมดี มีการอพยพประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีมาก ทำให้ไม่เห็นการสูญเสียชีวิต มีแต่ความเสียหายในเชิงทรัพย์สิน และการทำมาหากิน ที่จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าต่อแต่นี้ไป จึงขอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเข้าจัดการดูแลเยียวยาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

ขณะเดียวกัน ที่สำคัญต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ เช่น บ้านพักอาศัยก็ต้องดูแลให้ครบถ้วน ทั้งมีบ้านเลขที่ หรือไม่มีอยู่ในทะเบียนของรัฐ เรื่องการเยียวยาภาคประมงเช่นกัน การจ่ายค่าเยียวยาบ่อปลาไร่ละ 4,200 บาท บ่อกุ้งประมาณ 11,000 บาทจำนวนไม่เกิน 5 ไร่ ไม่เพียงพอ และควรหาเงินสำรองให้ประชาชนตั้งต้นการทำอาชีพใหม่ได้จากที่สูญเสียไป ซึ่งยากลำบากมากในเศรษฐกิจเช่นขณะนี้ ดังนั้น ในเมื่อป้องกันภัยได้ดีแล้ว รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสมควรจะเยียวยาผู้ประสบภัยให้ดีด้วย ไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะประชาชนในภาคใต้

 

 

กลับขึ้นด้านบน