คุณหญิงสุดารัตน์ กังขาสถานที่ราชการ "ห้ามเข้าหาเสียง"

คุณหญิงสุดารัตน์ กังขาสถานที่ราชการ "ห้ามเข้าหาเสียง"

คุณหญิงสุดารัตน์ กังขาสถานที่ราชการ "ห้ามเข้าหาเสียง"

รูปข่าว : คุณหญิงสุดารัตน์ กังขาสถานที่ราชการ "ห้ามเข้าหาเสียง"

โฆษกพรรคเพื่อไทย จี้ กกต.ใช้บรรทัดฐานเดียวห้ามพรรคการเมืองหาเสียง ย้อนพลังประชารัฐ เคยใช้พื้นที่ราชการหลายแห่งปราศรัยใหญ่ โดยล่าสุดที่ จ.พะเยา คุณหญิงสุดารัตน์ ยังถูกห้ามใช้สนามกีฬาของ อบจ. โดยมีหนังสือยกเลิกก่อนวันเปิดเวที เพียงวันเดียว

ไม่ใช่แค่เรื่องคำสั่งห้ามใช้สถานที่ราชการหาเสียงเท่านั้น ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ลงพื้นที่หาเสียง พบเจออุปสรรคอีกหลายอย่าง ทั้งกรณีที่ถูกตำรวจเชียงรายตาม อ้างว่ารักษาความปลอดภัย วันก่อนไปหาเสียงที่บุรีรัมย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็ถูกจับ วันนี้ที่พะเยา ที่ถูกห้ามใช้สนามกีฬาของ อบจ. ก็เป็นพื้นที่ที่คงจะแข่งขันกันดุเดือดกับพลังประชารัฐ

วันนี้ (10 ม.ค.2562) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พร้อมด้วยนายธวัช สุทธวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร เขต 2 และนายจีรเดชศรีวิราช ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 ของพรรค ขึ้นเวทีเปิดตัวและปราศรัยหาเสียง ท่ามกลางประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

โดยชี้แจงถึงนโยบายภาพรวมในการต่อยอดระบบสวัสดิการประชารัฐภายใต้แนวคิดสร้าง-เสริม-ปรับ-เปลี่ยน และทำความเข้าใจในการเปิดเวทีปราศรัยว่า พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ใช่เวทีปราศรัยโจมตีทางการเมือง พร้อมกับย้ำที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง และมั่นใจว่าประชาชนจะให้การตอบรับ

คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ฝ่ายมีอำนาจสกัดกั้นการหาเสียง


ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ขึ้นรถกระบะ กล่าวขอโทษประชาชนที่ต้องมานั่งด้านหน้าสนามกีฬา อบจ. ฟังปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร และการเสนอนโยบาย พร้อมกับชี้แจงขั้นตอนการขอใช้สถานที่ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้รับอนุญาตแล้ว แต่ล่าสุดกลับมีหนังสือแจ้งยกเลิก ก่อนถึงวันเปิดเวทีเพียงวันเดียว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำจะไม่หวั่นไหวกับแผนสกัดกั้น จากฝ่ายผู้มีอำนาจ เพียงแต่ขอมือประชาชนที่จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ทั้งนี้ยังได้ตั้งคำถามถึงการเลือกตั้งที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร เพราะเริ่มมีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นแล้ว

และเมื่อค่ำวานนี้ (9 ม.ค.) คุณหญิงสุดารัตน์ ก็นำคลิปภาพออกมาเผยแพร่ ว่าระหว่างลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่ชุมชนสันโค้งน้อย ว่ามี 2 นายตำรวจติดตามประกบการเคลื่อนไหวหาเสียง

และก่อนหน้านั้นอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 ของพรรค ก็ถูกตำรวจจับกุม ระหว่างเดินหาเสียง แต่เมื่อกำหนดการปราศรัยหาเสียงจบลง ก็ได้รับการปล่อยตัว

 

ชี้พรรคพลังประชารัฐเคยใช้ที่ราชการหาเสียง

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ห้ามใช้สถานที่ราชการปราศรัยหาเสียง รวมถึงกรณีที่ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุว่าเป็นความผิดพลาดของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยที่ไปใช้สถานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพราะเป็นสถานที่ราชการทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องยกเลิกกะทันหัน โดยอ้างว่าไม่มีการขออนุญาตจากทางจังหวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยระบุว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐเคยใช้สถานที่ราชการหลายแห่ง

โดยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2561 ที่ จ.เชียงใหม่ นายอุตตมะ สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค รวมทั้ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า คณะทำงานยุทธศาสตร์ ภาคเหนือได้ใช้ อาคารยิมเนเซียม 2 สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ปราศรัยและรับสมัครสมาชิก

 

 

ส่วนที่ จ.พะเยา ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าที่ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ เคยใช้พื้นที่ริมกว๊านพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ของเทศบาลเมืองพะเยา เป็นเวทีปราศรัยใหญ่เช่นกัน

หาก พล.อ.ประวิตร และคณะกรรมการการเลือกตั้งบอกว่าการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถทำได้เพราะผิดกฎหมายเลือกตั้ง อยากเรียกร้องให้ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน กับทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่เฉพาะเพียงพรรคเพื่อไทย เพราะหากมีการเลือกปฏิบัติจะทำให้สังคมเกิดความสับสนและทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม 

กลับขึ้นด้านบน