ตำรวจชี้ยังต้องพกใบขับขี่ตัวจริงคู่ใบขับขี่ดิจิทัล

ตำรวจชี้ยังต้องพกใบขับขี่ตัวจริงคู่ใบขับขี่ดิจิทัล

ตำรวจชี้ยังต้องพกใบขับขี่ตัวจริงคู่ใบขับขี่ดิจิทัล

รูปข่าว : ตำรวจชี้ยังต้องพกใบขับขี่ตัวจริงคู่ใบขับขี่ดิจิทัล

หลังกรมการขนส่งทางบกเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใบขับขี่ดิจิทัลผ่านทางสมาร์ทโฟนเป็นวันแรก พบว่ามียอดดาวน์โหลดกว่า 200,000 ครั้ง แต่ยังต้องใช้ควบคู่กับใบขับขี่เดิม

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า หลังเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใบขับขี่ดิจิทัลได้แล้วบนมือถือสมาร์ทโฟนทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) พบว่ากระแสตอบรับจากประชาชนดีมาก มียอดดาวน์โหลดวันแรกกว่า 200,000 ครั้ง จนเกิดปัญหาแอปพลิเคชันทำงานช้า แต่สามารถดาวน์โหลดได้อย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนทำได้แค่ดาวน์โหลดเข้าระบบได้เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้งานใบขับขี่ดิจิทัลได้ ซึ่งต้องใช้งานควบคู่กับใบขับขี่เดิมไปก่อน เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกยังหารือกับตำรวจไม่เรียบร้อย ดังนั้นหากตำรวจเรียกตรวจใบขับขี่ยังต้องแสดงใบอนุญาตฉบับจริง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 140

หรือกรณีที่ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบและเรียกเก็บใบขับขี่ไว้ชั่วคราว พร้อมออกใบสั่งเพื่อใช้แทนใบขับขี่ มีอายุ 7 วัน หลังจากนั้นผู้กระทำผิดต้องมาชำระค่าปรับตามวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่ง ซึ่งไม่สามารถสแกนใบขับขี่ดิจิทัลให้ตรวจสอบได้

กรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่าการให้บริการใบขับขี่ดิจิทัลเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพื่อไม่ต้องพกใบขับขี่ ซึ่งสอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นประโยชน์กับทางตำรวจด้วย จากเดิมกรณีตรวจสอบใบขับขี่ต้องใช้เวลาส่งข้อมูลมาตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งใช้เวลานาน แต่เมื่อมีใบขับขี่ดิจิทัลจะช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบ เพียงเปิดแอปสแกนคิวอาร์โค้ดก็จะสามารถทราบข้อมูลได้ทันที นอกจากนี้ยังมีความน่าเชื่อถือและมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

 

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจเห็นด้วยที่จะนำใบขับขี่ดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่ผู้ใช้รถยังต้องพกใบขับขี่แบบเดิมไปก่อนจนกว่าจะแก้ไขกฎหมายรองรับใบขับขี่ดิจิทัลแล้วเสร็จ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรา 140 วรรค 3 เพื่อกล่าวตักเตือนหรือออกใบสั่งให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิด ภายในเวลา 7 วัน แต่หากผู้ขับขี่รายนั้นปฏิเสธไม่ทำตาม หรือไม่มีใบขับขี่แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154 โดยในขั้นตอนทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจซึ่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

 

กลับขึ้นด้านบน