พท.-พปชร. วาทกรรมหนีไม่พ้นประชานิยม

พท.-พปชร. วาทกรรมหนีไม่พ้นประชานิยม

พท.-พปชร. วาทกรรมหนีไม่พ้นประชานิยม

รูปข่าว : พท.-พปชร. วาทกรรมหนีไม่พ้นประชานิยม

ยุคไหนใครจะกระเป๋าตุง กระเป๋าแฟบ มากกว่ากัน คงไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ที่แน่ๆ ได้กลายเป็นวาทกรรมทางการเมือง ที่พรรคเพื่อไทยใช้ตอบโต้กับพรรคพลังประชารัฐมาตลอดสัปดาห์

การแข่งขันด้านนโยบายทั้ง 2 พรรคว่าใครจะทำให้ปากท้องชาวบ้านดีกว่ากัน แต่มองลึกลงไปแล้วนักวิเคราะห์เห็นว่าไม่ต่างกัน เพราะยังใช้ประชานิยมหวังคะแนนและเสี่ยงกับการก่อหนี้

"อยู่กับพรรคเพื่อไทย..กระเป๋าตุง อยู่กับลุง..กระเป๋าแฟบ" เป็นวาทกรรม ที่เริ่มต้นจากพรรคเพื่อไทย เปิดเป็นแคมเปญหาเสียงในอีสาน ขอคะแนนนิยมพร้อมๆ กับการโจมตีฝ่ายตรงข้าม และแม้จะเป็นถ้อยคำสั้นๆ แต่กลายเป็นบทสะท้อนแรงๆ ต่อภาวะเศรษฐกิจในช่วง 4-5 ปี ของรัฐบาล-คสช.

หลังจากนั้นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ออกมาตอบโต้โดยตั้งคำถามไปที่โครงการรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยเดิมทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ กลับมาแย้งแจงไปที่โครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์

มากกว่าวาทกรรม คือการเทียบนโยบายของทั้ง 2 พรรคที่นำเสนอออกมา เพื่อไทยเสนอเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 300 บาทต่อวัน สานต่อโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ขณะที่พลังประชารัฐ ยืนยันที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการสานต่อนโยบายรัฐบาล คสช. แม้จะเป็นแค่เบื้องต้นก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่เท่าที่สะท้อนออกมา นักวิชาการมองว่าเป็นประชานิยมไม่ต่างกัน ก่อนจะย้ำถึงข้อห่วงใยที่จะเกิดปัญหาเรื่องงบประมาณและแหล่งเงินทุนที่จะตามมาตลอดจนการสร้างหนี้ให้กับประเทศ

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการตอบโต้ โจมตี ด้วยวาทกรรม เป็นกลยุทธ์ทางการเมืองในการหาเสียงเพื่อสร้างความจดจำ และจากนี้ไปอาจไม่ใช่แค่ 2 พรรคที่เป็นขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่จะเดินเกมเล่นคำด้วยวาทกรรมหรือนำเสนอนโยบายประชานิยมอาจจะเป็นทุกพรรคการเมือง

แต่ก็คาดหวังให้เป็นเพียงแค่เกมการเมืองที่จะยุติได้ด้วยพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง กฎหมาย และระเบียบเลือกตั้งที่จะควบคุมให้การเดินหน้าหาเสียง ขอคะแนนนิยม เป็นไปด้วยความราบรื่นสงบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่จะเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน