ทีดีอาร์ไอ เปรียบเทียบค่ารักษาโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน

ทีดีอาร์ไอ เปรียบเทียบค่ารักษาโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน

ทีดีอาร์ไอ เปรียบเทียบค่ารักษาโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน

รูปข่าว : ทีดีอาร์ไอ เปรียบเทียบค่ารักษาโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน

ผลการศึกษาความแตกต่างของค่ารักษาพยาบาลระหว่างสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนในปี 2557 จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่า ค่ารักษา "โรคต้อกระจก" ของโรงพยาบาลเอกชน จะแพงกว่าของรัฐ 11.7 เท่า ส่วนไส้ติ่งสูงกว่าของรัฐ 8.3 เท่า

จากผลการศึกษาความแตกต่างระหว่างสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนในปี 2557 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปรียบเทียบเฉพาะโรคต้อกระจกและไส้ติ่ง พบว่า ค่ารักษาพยาบาลต่างกันมาก โดย "โรคต้อกระจก" ของโรงพยาบาลเอกชน จะมากกว่าของรัฐ 11.7 เท่า ส่วนไส้ติ่งสูงจะกว่าของรัฐ 8.3 เท่า 


มีการยกตัวอย่างโรค 3 โรคที่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ เริ่มจาก 1.โรคไข้หวัด โรงพยาบาลของรัฐ ค่ารักษาจะอยู่ที่ 500-800 บาท โรงพยาบาลเอกชนจะสูงกว่าถึง 6 เท่า คือ 2,000-3,000 บาท


2.โรคไส้ติ่งอักเสบ ถ้ารักษา ในโรงพยาบาลรัฐมีราคาตั้งแต่ 16,841 บาท - 42,631.20 บาท ขณะที่โรงพยาบาลเอกชน มีราคาเริ่มต้น 57,682.70 บาท และไต่ระดับขึ้นไปที่ 102,149.5 บาท จนสูงสุดในโรงพยาบาลเอกชน 5 ดาว ราคาอยู่ที่ 211,765.3 บาท


3.โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันฉับพลัน ในโรงพยาบาลรัฐจะอยู่ที่อัตราเริ่มแรก 89,376 บาท ไปจนถึง 158,680 บาท ส่วน โรงพยาบาลเอกชนมีราคาเริ่มตั้งแต่ 164,870 บาท 178,743 บาท 288,458 บาท 422,058 บาท และในโรงพยาบาลระดับ 5 ดาวสูงสุด คือ 1,150,420 บาท ซึ่งอาจทำบัลลูนหัวใจหรือผ่าตัดเร่งด่วน


ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 ศูนย์เวชศาสตร์ชุมชนโรงพยาบาลรามาธิบดี รายงานผลการศึกษาว่า ยา 10 อันดับแรกที่แพงกว่าโรงพยาบาลศูนย์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ราคาต่างกันตั้งแต่ 60-400 เท่า เช่น ฉีดไวตามินบีคอมเพล็ก โรงพยาบาลศูนย์ หลอดละ 1.50 บาท เเต่ ในโรงพยาบาลเอกชน กลายเป็น 600 บาท


 

 อ่านข่าวเพิ่มเติม

ครม.เห็นชอบ "ยา-เวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์" เป็นสินค้าควบคุม

 

กลับขึ้นด้านบน