สบส.ชี้เสี่ยงถูกหลอก รักษามะเร็งด้วยพลังจิต

สบส.ชี้เสี่ยงถูกหลอก รักษามะเร็งด้วยพลังจิต

สบส.ชี้เสี่ยงถูกหลอก รักษามะเร็งด้วยพลังจิต

รูปข่าว : สบส.ชี้เสี่ยงถูกหลอก รักษามะเร็งด้วยพลังจิต

สบส.ชี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันกรณีการใช้พลังจิตรักษามะเร็ง แนะประชาชนพิจารณาอย่างรอบด้าน เลือกรับบริการจากแพทย์และสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงโรคลุกลาม หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น

จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงหญิงคนหนึ่งซึ่งมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง และได้เข้ารักษาโดยการใช้พลังจิต ซึ่งผู้ให้บริการอ้างว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งให้หายได้ แต่หลังจากรับการรักษาครบตามที่กำหนดแล้วอาการของโรคมะเร็งไม่ได้ทุเลาลงแต่กลับลุกลามเพิ่มขึ้นนั้น

นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สังคมปัจจุบันมีการแข่งขันสูงทำให้ผู้คนลืมที่จะใส่ใจในวิถีชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases :NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคมะเร็ง ที่มีสถิติเพิ่มขึ้น จึงมีผู้อาศัยความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยและญาติมาเป็นเครื่องมือในการฉกฉวยผลประโยชน์

นพ.ณัฐวุฒิ ขอให้ประชาชนทราบว่าการใช้พลังจิตรักษาโรคมะเร็งนั้น ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน และการที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาพยาบาลที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ อาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย อีกทั้งสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น และทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง จนเป็นเหตุให้โรคลุกลาม หรืออาการกำเริบจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขอเตือนให้ประชาชนพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนเลือกรับบริการรักษาพยาบาล โดยเลือกรับบริการจากแพทย์และสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น อย่าหลงเชื่อเพียงคำบอกเล่าปากต่อปากว่าดี หรือการโฆษณาอวดอ้างว่าสามารถรักษาได้สารพัดโรคให้หายขาด แต่ขาดหลักฐานทางการแพทย์ที่ถูกต้องยืนยัน

หากพบเห็นสถานพยาบาลใดอวดอ้างว่าสามารถรักษาโรคให้หายขาด ขอให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ขอให้แจ้งมาที่ สบส.ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18618 ในวันและเวลาราชการ ส่วนภูมิภาคสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการต่อไป

กลับขึ้นด้านบน