"จาตุรนต์" ประกาศต่อยอดนโยบาย "ไทยรักไทย" ฟื้นเศรษฐกิจ

"จาตุรนต์" ประกาศต่อยอดนโยบาย "ไทยรักไทย" ฟื้นเศรษฐกิจ

"จาตุรนต์" ประกาศต่อยอดนโยบาย "ไทยรักไทย" ฟื้นเศรษฐกิจ

รูปข่าว : "จาตุรนต์" ประกาศต่อยอดนโยบาย "ไทยรักไทย" ฟื้นเศรษฐกิจ

"พรรคไทยรักษาชาติ" ประกาศต่อยอดนโยบาย "ไทยรักไทย" ฟื้นเศรษฐกิจ พร้อมกับสร้างประชาธิปไตย

วันนี้ (29 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นำว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ร่วมงานสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง “ต่อยอดความสำเร็จ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อโอกาสใหม่ของไทยทุกคน” 

นายจตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้ทราบแล้ววันเลือกตั้ง 24 มี.ค. และเตรียมพร้อมที่จะสมัคร ส.ส.ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ พร้อมระบุว่าได้ต่อยอดนโยบายของพรรคไทยรักไทยที่เคยดำเนินการมา ทั้งโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค พักหนี้เกษตรกร โดยมั่นใจไทยรักษาชาติ เมื่อร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลได้ ยืนยันสามารถนำนโยบายพลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้หลังได้รับเลือกและจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องได้เสียงรวมมากกว่า 376 เสียง ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะเป็นนโยบายที่ว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะนำไปหาเสียงในการเลือกตั้ง

ก่อนจะย้ำว่าพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคประชาธิปไตย และประชาธิปไตยคือเงื่อนไขสำคัญ ที่พรรคไทยรักษาชาติจะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย โดยพร้อมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งชี้ว่ารัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจอย่างยับเยิน ยืนยันจะเป็นพรรคแถวหน้าที่จะหยุดการสืบทอดอำนาจ

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวถึงมาตรการพลิกพื้นเศรษฐกิจหากได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูการลงทุนในต่างประเทศ โดยเชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถทำได้ ซึ่งพรรคไทยรักษาชาติพร้อมจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรด้วยความตั้งใจจริง โดยเฉพาะการพักนี้เกษตรที่เคยดำเนินการมาแล้วและได้ผล แต่ว่าเจอมรสุมทางการเมืองก่อน ซึ่งยืนยันครั้งนี้จะดูแลเกษตรให้เข้มแข้งและเติบโตไปอย่างยั่งยืน และจะเสนอนโยบายที่พรรคดำเนินการได้จริง

ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่า พรรคไทยรักษาชาติมีจุดแข็งจากการหลอมรวมคนที่มีประสบการทั้งคนรุ่นเก่า-ใหม่ คนที่เป็นตำนานของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ย้ำที่จะสืบทอดวิธีคิด จิตวิญญาณ เพราะหัวใจคือประชาชน โดยมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ถ้าประชาชนพร้อมที่จะปรับและเปลี่ยนจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและรัฐบาลทหารที่ประชาคมโลกไม่ยอมรับ

พร้อมกันนี้จะนำวิธีคืดแบบเทคสิโนมิก หรือ การใช้เทคโนโลยี มาใช้เชื่อมเศรษฐกิจระดับบนล่างเขื่อมต่อกัน ยกระดับราคาสินค้าการเกษตร เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตย กับ ฝ่ายสืบทอดอำนาจจะบริหารประเทศต่างกัน

กลับขึ้นด้านบน