"ชาติพัฒนา" ชูนโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ประเทศไทยไร้ปัญหา

"ชาติพัฒนา" ชูนโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ประเทศไทยไร้ปัญหา

"ชาติพัฒนา" ชูนโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ประเทศไทยไร้ปัญหา

รูปข่าว : "ชาติพัฒนา" ชูนโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ประเทศไทยไร้ปัญหา

พรรคชาติพัฒนา ตั้งเป้าผลักดันนโยบาย 9 ด้าน ตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อเกษตรกร-กองทุนเอสเอ็มอี-กองทุนสตาร์ทอัพ-กองทุนพัฒนาท่องเที่ยว-ให้ทุนครูใฝ่รู้เทคโนโลยี และขยายมอเตอร์เวย์ 6,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ รวมถึงขยายอายุเกษียณราชการมากกว่า 60 ปี

วันนี้ (31 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พรรคชาติพัฒนา เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขต และบัญชีรายชื่อ ที่โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร ภายใต้สโลแกน ไม่สร้างปัญหาให้ประเทศ เป็นมิตรกับทุกฝ่าย โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า วันนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย สำหรับการแถลงร่างนโยบาย, การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อทั่วประเทศ, การรู้จักกฎหมาย ระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเทคนิคการหาเสียง

 

 

สำหรับที่ผ่านมา ทางพรรคชาติพัฒนาได้เปิดเผยร่างนโยบายระดับ จ.นครราชสีมา "โคราช No problem" และนโยบายกรุงเทพมหานคร "9 สมาร์ท" ไปแล้ว วันนี้ เป็นการเปิดตัวร่างนโยบายระดับประเทศ "9 หน้า 9 ไกล ประเทศไทยไร้ปัญหา" โดยมีกรอบนโยบาย 9 ด้าน ได้แก่ 1. นโยบายด้านศึกษา (เด็กไทย 2 ภาษา-ครูเทคโนโลยี) คือการจัดหลักสูตรให้เด็กไทยมีความทันสมัย เด็กไทยพูดได้ 2 ภาษา โดยไม่ใช่เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษา และด้านการลงทุน รวมถึงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงการรู้ถึงการใช้เทคโนโลยีหรือให้ทุนสำหรับครูโดยเฉพาะเพื่อไปเรียนรู้ และกลับมาสอนเด็กไทย เป็นทุนการศึกษาทุกอำเภอ อำเภอละ 1 ล้านบาท นอกจากส่งเสริมทุนให้ครูแล้ว ปัญหาหนี้สะสมของครู ก็ต้องเข้าไปจัดการแก้ปัญหาด้วย เพื่อให้ครูได้มีความพร้อม สอนนักเรียนได้เต็มที่

2. นโยบายเศรษฐกิจรากหญ้า โดยพบว่าที่ผ่านมา เกษตรกรมักเผชิญปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเกษตรกรเปรียบเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ซึ่งพรรคจะผลักดันตั้ง "กองทุนสวัสดิการเพื่อเกษตรกร" เบื้องต้น 20,000 ล้านบาท ในช่วงเริ่มต้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในรูปแบบ "สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" ( Smart Farmer) เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงระบบขัอมูลข่าวสารและความพร้อมด้านการเกษตร รวมถึงการจัดหาตลาดรับซื้อผลผลิตล่วงหน้า (Future market) เพื่อทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจมากขึ้นในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ซึ่งในไทยมีอยู่บ้างในส่วนสินค้าประเภทยางพารา แต่ยังไม่ขยายเป็นวงกว้างในผลผลิตอื่น รวมถึงการตั้งกองทุนเข้มแข็ง (Smart SME Farm) เริ่มต้นกองทุน 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน และส่งเสริมให้พัฒนาเข้าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต เพื่อเป็นการสร้างตลาดทุนให้นักธุรกิจ การซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด และไม่เป็นภาระของรัฐบาล และกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประจำตำบล ปีละ 2 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละตำบลปรับปรุงพื้นที่ของตัวเอง รองรับนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยเศรษฐกิจรากหญ้า

 

 

3. นโยบายสังคม ซึ่งประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ต้องมองผู้สูงวัยว่ายังมีประโยชน์ เป็นผู้มากประสบการณ์ มีความเก๋า และแก้ปัญหาได้ดี ซึ่งพรรคมีแนวนโยบาย ต่ออายุเกษียณราชการ ไม่ใช่ 60 ปี สร้างที่พักให้คนเกษียณ " บ้านเกษียณสำราญ" ให้ผู้สูงอายุมาอยู่ได้ โดยออกแบบให้สอดคล้องกับคนสูงวัย ปรับปรุงบ้านพักคนชรา เบี้ยผู้สูงอายุปรับเพิ่มเป็น 2,000 บาท และครอบครัวไหนใครดูแลพ่อแม่สูงวัย มาลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาทต่อปี เพื่อให้เห็นว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ส่วนคนที่มีรายได้น้อยแต่อยากมีลูก เงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน จะช่วยสนับสนุนเดือนละ 1,000 บาท เป็นโครงการ "ทุนรับน้องใหม่" ให้จนเรียนจบ ส่วนกลุ่มคนพิการ จะต้องดูแลระบบขนส่งสาธารณะ และอารยสถาปัตย์ (Unique Universal Design) ที่ทัดเทียมกับกลุ่มคนทั่วไปในสิทธิขั้นพื้นฐานในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และที่อยู่อาศัย ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มแรงงานให้มีความรู้ทัดเทียม ทันสมัย

4. นโยบายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเรื่องแรกที่จะทำ คือการสร้างถนนมอเตอร์เวย์เพิ่มมากขึ้นเป็น 6,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ เริ่มต้นเป็นระยะ เช่น กรุงเทพฯ - หัวหิน และที่อื่นๆ เพื่อให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนการพัฒนารถไฟ จะเน้นการพัฒนารถไฟรางคู่, การส่งเสริมโครงการรถไฟความเร็วสูง นอกเหนือจากปัจจุบันที่มีเส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา แต่อนาคตต้องพัฒนาให้เชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน, กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงในเส้นทางที่มีผลตอบแทนเศรษฐกิจที่เหมาะสม โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่พรรคชาติพัฒนาส่งผู้สมัครมากที่สุด 108 คน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือภาคอีสานไม่มีทะเล แต่ถ้าวันนี้เปิดประตูอีสานเชื่อมโยงทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยขยายถนนเส้น 304 (สายปากเกร็ด–สะพานต่างระดับนครราชสีมา) เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ใช้สัญจรในประเทศเท่านั้น

 

 

5. นโยบายอุตสาหกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยจะส่งเสริมพลังงานทดแทน, การนำขยะไปจัดการให้เกิดประโยชน์ หรือรณรงค์ให้ประชาชนขายขยะ และการปรับมาตรฐานใช้น้ำมันยูโร5

6.นโยบายด้านการท่องเที่ยว นับเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย พรรคชาติพัฒนาเห็นว่าต้องผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยนักท่องเที่ยวมาไทย อยู่เฉลี่ยนาน 10 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000 บาทต่อวัน ซึ่งเรื่องท่องเที่ยวเป็นมูลค่าหลักของประเทศ โดยมีจุดเด่นทั้งรอยยิ้ม, วัฒนธรรม, โอทอป, ทะเล, ภูเขา ไม่มีใครสู้ไทยได้ จึงต้องการผลักดันให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 38 ล้านคน ต้องส่งเสริมให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นเพิ่มขึ้น การผลักดันให้มีสถานที่ในประเทศไทยไว้จัดประชุม-สัมมนาสำหรับนักลงทุนมากขึ้น โดยมีโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับและความปลอดภัย หรือการจัดประกวด "บิ๊ก อีเว้นต์" ระดับโลก ให้คนรู้จัก

 

 

7. นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ซึ่งอนาคตไทยจะมีการสื่อสารระบบ 5G ใช้ อนาคตจะมีระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบ-ขอเอกสารหน่วยงาน หรือสตาร์ทอัพ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ประกอบธุรกิจ ที่ช่วยสร้างรากฐานให้คนรุ่นใหม่ โดยจะตั้งกองทุนสตาร์ทอัพ 5,000 ล้านบาท ส่งเสริมคนรุ่นใหม่

8. นโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยจะจัดสรรงบประมาณร้อยละ 35 ของรายได้ให้กับท้องถิ่นภายใน 1 ปี ปัจจุบันพบว่าการบริหารส่วนท้องถิ่นของประเทศยังไม่มีความเข้มแข็ง โดยขาดการบริหารจัดการที่ดีและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงขาดการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลความรู้ทั้งด้านตลาดและด้านการเงิน โดยนโยบายจะจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นให้ได้ร้อยละ 35 (ปัจจุบันร้อยละ 29) ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใน 4 ปี โดยงบประมาณรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถนำมาพัฒนาชุมชนโดยเฉพาะในต่างจังหวัด รวมถึงการเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้นำท้องถิ่น ช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร กำนัน อาสาสมัครที่เป็นผู้ที่อำนวยความสะดวก บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ให้ได้เงินช่วยค่าครองชีพผู้นำท้องถิ่นในอัตราเดือนละ 2,000 บาท

 



9. นโยบายด้านกีฬา จะเน้นการส่งเสริมให้คนเล่นกีฬา เพื่อปลูกฝังกีฬาให้อยู่ในหัวใจเด็ก หัวใจคน เพื่อสร้างพื้นฐานน้ำใจนักกีฬาให้สังคมไทย และพรรคจะเล่นการเมืองแบบการใช้กีฬามาเป็นหลัก มีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งประเด็นด้านกีฬา จะส่งเสริมให้เกิดสนามกีฬา แบบมินิสปอร์ตคอมเพล็กซ์ให้ทั่วถึงในบางตำบลและหมู่บ้านให้มากขึ้นให้คนได้พบปะพูดคุยกัน ออกกำลังกายร่วมกันเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง และนำกีฬามาจัดงานใหญ่ระดับประเทศหรือระดับโลก สร้างภาพลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยว แลัวทำให้คนในประเทศมีความสุข

หลังจากเสร็จการเปิดตัววันนี้ในช่วงเย็น ทางผู้บริหารพรรค จะมอบเอกสารใบส่งตัวที่ผู้สมัคร จะได้ไปใช้สมัครในวันที่ 4 ก.พ.2562

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน